ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือ พ.ต.อ.นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์อนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง หัวหน้าหน่วยผ่าตัดส่องกล้องศัลยกรรม กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ได้รับการบันทึกในวารสารการแพทย์นานาชาติว่าเป็นผู้รายงานเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) เป็นรายแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันมีประสบการณ์การรักษาสะสมมากกว่า 7,000 ราย พร้อมผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติ 67 เรื่อง ได้รับการอ้างอิงทางวิชาการกว่า 3,232 ครั้ง และมีค่า h-index 29 (ข้อมูลปี 2569)
จุดเริ่มต้นของ การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) มาจากคำถามง่ายๆ "ทำไมผู้ป่วยต้องมีแผลเป็นที่คอไปตลอดชีวิต?" เนื่องจากในอดีตการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบเปิดมักทิ้งรอยแผลบริเวณลำคอ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้หญิง คำถามนี้จึงนำไปสู่การศึกษากายวิภาคอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเทคนิคการเข้าถึงต่อมไทรอยด์ผ่านเยื่อบุด้านในของริมฝีปากล่าง โดยเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3 จุด สอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดผ่านชั้นเนื้อเยื่อไปยังต่อมไทรอยด์ ทำให้สามารถนำก้อนออกได้โดยไม่ทิ้งรอยแผลบนผิวหนัง ผู้ป่วยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2 วัน และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงเริ่มต้น เทคนิคดังกล่าวเคยถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และความปลอดภัย พ.ต.อ.นพ.อังกูร จึงพิสูจน์ด้วยการเก็บข้อมูลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ติดตามผลการรักษา และเผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารการแพทย์นานาชาติ จนกลายเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญของศัลยแพทย์ในหลายประเทศ
การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) เป็นการรักษาภายใต้การดมยาสลบเช่นเดียวกับการผ่าตัดมาตรฐาน โดยใช้กล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างสำคัญได้อย่างชัดเจนและทำหัตถการได้อย่างละเอียด ปลอดภัย ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหารอ่อนได้หลังการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่นาน อีกทั้งเทคนิคนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือส่องกล้องมาตรฐานที่โรงพยาบาลหลายแห่งมีอยู่แล้ว จึงเอื้อต่อการถ่ายทอดและขยายการใช้งานไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา พ.ต.อ.นพ.อังกูร ได้รับเชิญไปบรรยาย สาธิตการผ่าตัด และกำกับดูแลการผ่าตัดเพื่อถ่ายทอดเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ให้แก่ศัลยแพทย์ในหลายประเทศ สะท้อนการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปากในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันยังมีศัลยแพทย์จากหลายประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ International Thyroid NOTES Conference ณ โรงพยาบาลตำรวจ มาแล้ว 7 ครั้ง ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปากของภูมิภาค
ความสำเร็จของการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของ พ.ต.อ.นพ.อังกูร และทีมศัลยแพทย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของโรงพยาบาลตำรวจในฐานะสถาบันการแพทย์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาเทคนิคการรักษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยและการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาคมศัลยแพทย์ทั่วโลก
การเดินทางตลอด 12 ปีของ TOETVA ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก แต่ยังต่อยอดสู่เทคโนโลยีและทางเลือกการรักษารูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยในปี 2566 พ.ต.อ.นพ.อังกูร เป็นศัลยแพทย์คนแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่าตัดไทรอยด์ทางช่องปากด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi หรือ Transoral Robotic Thyroidectomy (TORT) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูงที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลกใช้งานซึ่งช่วยเพิ่มความละเอียดและความแม่นยำในการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน ปัจจุบันมีประสบการณ์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สะสมแล้วกว่า 70 รายนับเป็นการต่อยอดนวัตกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน ผู้ป่วยเนื้องอกไทรอยด์บางรายยังมีทางเลือกในการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการจี้ก้อนด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation: RFA) หรือคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปในก้อนเนื้องอกภายใต้การนำทางของอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ แล้วปล่อยพลังงานความร้อนทำลายเนื้องอกจากด้านใน หัตถการนี้ตอบโจทย์คนยุคใหม่เพราะไม่ต้องตัดต่อมไทรอยด์ออก จึงมีโอกาสรักษาการทำงานของต่อมไว้ได้ ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 15 นาที และส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
พ.ต.อ.นพ.อังกูร กล่าวว่า "ต่อมไทรอยด์เป็นอวัยวะรูปผีเสื้อบริเวณลำคอด้านหน้า ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย ความผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่ ก้อนเนื้องอกไทรอยด์ ซึ่งพบได้มากโดยเฉพาะในผู้หญิง มะเร็งไทรอยด์ ซึ่งหากตรวจพบเร็วมักให้ผลการรักษาที่ดี และภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งส่งผลต่อหัวใจ น้ำหนักตัว และอารมณ์ สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์ ได้แก่ คลำพบก้อนที่ลำคอ ก้อนโตขึ้นเร็ว เสียงแหบ กลืนลำบาก ใจสั่น มือสั่น หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ การพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวนด์และเจาะชิ้นเนื้อตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที
ปัจจุบันแม้จะมีเทคโนโลยีและทางเลือกในการรักษาโรคไทรอยด์ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน การผ่าตัดแบบเปิดมาตรฐานยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่เกินกว่าจะรักษาด้วยการส่องกล้องหรือการจี้ด้วยความร้อน หัวใจสำคัญของการรักษาจึงอยู่ที่การประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ทั้งด้านความปลอดภัย ผลการรักษา และคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยแต่ละคน หากคลำพบก้อนบริเวณลำคอ ก้อนโตเร็ว เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น"
ตลอดระยะเวลา 12 ปี การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ไม่เพียงยกระดับทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าองค์ความรู้ที่เริ่มต้นจากประเทศไทยสามารถพัฒนาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมสร้างประโยชน์แก่ผู้ป่วยและวงการแพทย์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่สนใจเข้ารับคำปรึกษาเพื่อตรวจประเมินกับ พ.ต.อ.นพ.อังกูร อนุวงศ์ สามารถติดต่อได้ที่ โรงพยาบาลตำรวจ (Walk-in), โรงพยาบาลพญาไท 2 โทร. 02-617-2444 ต่อ 4126, 4161, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 02-066-8888 ชั้น 16D หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.drangkoon.com