แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการประชุมส้วมโลก 2026 (World Toilet Summit 2026) ภายใต้แนวคิด "Safe Toilets, Reused Resources, and Healthy Communities" ยกระดับเรื่องส้วมจากเรื่องใกล้ตัวสู่ประเด็นสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับโลก พร้อมผลักดันระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัย เข้าถึงได้สำหรับทุกคน เปลี่ยนของเสียเป็นทรัพยากร และรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่ชุมชนสุขภาวะและสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งการประชุมส้วมโลก 2026 (World Toilet Summit 2026) เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสุขาภิบาลของไทยแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ พร้อมเรียนรู้แนวทางใหม่เพื่อพัฒนาระบบสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ประเทศไทยมีการเข้าถึงส้วมในครัวเรือนมากกว่าร้อยละ 99.8 แต่ส้วมในสถานที่และสถานบริการสาธารณะยังต้องพัฒนาให้มีมาตรฐาน สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility) และปลอดภัย (Safety) โดยให้ความสำคัญมากกว่ามิติของ ความสะอาด แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพ ความปลอดภัย ความเท่าเทียม สิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืน พร้อมรับมือภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การประชุมส้วมโลก 2026 (World Toilet Summit 2026) กรมอนามัยมีนโยบายขับเคลื่อน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ส้วมและสุขาภิบาลปลอดภัยสำหรับทุกคน ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย เข้าถึงส้วมที่สะอาด เพียงพอ ปลอดภัย 2) เปลี่ยนของเสียให้เป็นทรัพยากรอย่างปลอดภัย ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรแบบหมุนเวียน ตั้งแต่การใช้น้ำ จัดการน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูล 3) Climate-Resilient Sanitation หรือระบบสุขาภิบาลที่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากน้ำท่วม ฝนตกหนัก ภัยแล้ง ภัยพิบัติ อาจกระทบต่อระบบส้วม ระบบบำบัด และการจัดการสิ่งปฏิกูล จนนำไปสู่การปนเปื้อนและความเสี่ยงด้านสุขภาพ จึงต้องพัฒนาระบบสุขาภิบาลที่ไม่เพียงปลอดภัย แต่มีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้เมื่อเกิดวิกฤต ขณะเดียวกันยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ 4) สร้างชุมชนสุขภาวะด้วยพลังภาคี โดยกรมอนามัยจะทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม รวมถึงภาคีในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาระบบสุขาภิบาลที่พร้อมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ กรมอนามัยมุ่งหวังให้ World Toilet Summit 2026 เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ต่อเนื่อง ในการศึกษาวิจัย พัฒนาโครงการนำร่อง ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการนำองค์ความรู้ ไปขยายผลในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 6.2 ที่มุ่งให้ทุกคนเข้าถึงสุขาภิบาล และสุขอนามัยที่เพียงพอและเป็นธรรม