ก้าวต่อไปของ TATG มุ่งเดินหน้ากลยุทธ์ พร้อมก้าวสู่การเป็น Smart Factory ด้วยการจัดทัพนำ AI Automation มาใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Excellence) ควบคู่กับการ Upskill และ Reskill บุคลากรสู่ AI Automation Specialist รวมถึงการใช้ Robotic Arm และซอฟต์แวร์จำลองและออกแบบแม่พิมพ์ 3D เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดการสูญเสียวัตถุดิบและระยะเวลาพัฒนาชิ้นส่วน สนับสนุนการรักษาอัตรากำไร (Margin Protection) โดยการนำ AI Automation เข้ามาใช้งานจะไม่ได้หมายถึงการทำงานแทนคน แต่จะเป็นการผสานการทำงานร่วมกัน สู่การเป็นโรงงานที่ใช้ AI เพื่อช่วยตัดสินใจและควบคุมกระบวนการผลิตแบบ Real-time สร้างความได้เปรียบทั้งด้านต้นทุน คุณภาพ ความเร็ว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบในอนาคต รวมถึงรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังฟื้นตัว ทั้งการผลิตเพื่อส่งออกและการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดันเป้าหมายรายได้ปี 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง