ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ปักหมุดผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่ 'ตอบโจทย์และเพิ่มมูลค่า' ด้วยนวัตกรรมที่แตกต่างให้กับอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย

Tuesday 8 September 2026 12:21
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

'บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์' หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย เตรียมความพร้อมเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หลังสำนักงาน ก.ล.ต. นับ 1 แบบไฟลิ่งแล้ว ชูรากฐานอันแข็งแกร่งด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ กว่า 50 ปี มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่าง โรงงานขับเคลื่อนเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ พร้อมส่งมอบโซลูชัน บริการที่ตรงจุดครบวงจรและเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ ประกาศก้าวสู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "TIPAK") เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษคราฟท์ (Kraft paper) รายใหญ่ในประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ตอบโจทย์เรื่องบรรจุภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่าง ขับเคลื่อนด้วยโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล อาทิ FSC และ Green Industry เพื่อส่งมอบโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตรงจุด ทั้งคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน โดยสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำและโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ และสนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มากว่า 50 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ "Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า" ก้าวสู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย

ปัจจุบันบริษัทฯ มีสินค้าหลัก 2 ประเภท ได้แก่ 1) แผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet Board) ซึ่งจำหน่ายให้แก่โรงงานผลิตกล่องและผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อนำไปแปรรูปต่อ โดยผลิตได้ทั้งแบบ 3 ชั้นและ 5 ชั้น และมีขนาดลอนหลากหลาย ให้ความแข็งแรงต่างระดับตามความต้องการของลูกค้า 2) กล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับจัดส่งสินค้าของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ มีหลายรูปแบบ อาทิ กล่องฝาชน กล่องฝาเกย และกล่องฝาครอบ โดยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจแบบ Business-to-Business (B2B) ผ่านช่องทางขายตรง (Direct Sales) โดยพนักงานฝ่ายขายเป็นผู้นำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้า

ทั้งนี้ TIPAK เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง จากการมีทีมฝ่ายวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง พร้อมทำงานร่วมกับลูกค้า เพื่อส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการ อาทิ การป้องกันความชื้น สารเคลือบเพื่อยืดอายุผักผลไม้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังให้บริการออกแบบโครงสร้างและกราฟิก (Structural and Graphic Design) ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับสูงที่ให้สีสันคมชัดสวยงาม พร้อมมีบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับทีมผู้บริหารมีความเข้าใจกระบวนการผลิตอย่างลึกซึ้งและสภาวะตลาด มีการบริหารจัดการแม่นยำ มีความสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและกฎระเบียบใหม่ๆ ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคงทั้งในอุตสาหกรรม และก้าวข้ามผ่านความท้าทายจากสถานการณ์วิกฤติต้มยำกุ้ง เหตุการณ์น้ำท่วม และการระบาดของโควิด-19

นายทิฆัมพร มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TIPAK กล่าวว่า บริษัทฯ วางรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งโดยมีโรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ โรงงาน จ.สมุทรสาคร และจ.ปราจีนบุรี ที่มีกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน อาทิ FSC และ Green Industry ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าองค์กรใช้พิจารณาเลือกผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานลูกค้าครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซ อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยให้ผลิตสินค้าได้ปริมาณมากและรวดเร็ว ลดต้นทุนต่อหน่วยและของเสียในกระบวนการผลิต รวมทั้งทำเลที่ตั้งโรงงานอยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมหลากหลาย ช่วยจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วและลดต้นทุนขนส่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นรากฐานของความสามารถในการทำกำไรและความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

ทั้งนี้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกอันดับ 4 ของประเทศไทย โดยปี 2568 มียอดขายจากการผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้ง 2 ประเภทรวม 2,530.63 ล้านบาท เป็นลูกค้าภายในประเทศ 100% เป็นการสั่งซื้อต่อเนื่อง (Active Customers) มากกว่า 775 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงตามอุปสงค์ของตลาด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิสำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และ 2568 เท่ากับ 170.21 ล้านบาท และ 121.18 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.21 และร้อยละ 4.77 ตามลำดับ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาค เมื่อเทียบกับประเทศอินโดนีเซียอยู่ที่ 4-6% และมาเลเซีย 5-6% ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม

นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจากบริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ล่าสุดสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับ 1 แบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และไฟลิ่งแล้ว โดยปัจจุบัน บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ มีทุนจดทะเบียน 552,000,000 บาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 408,316,730 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.0 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 408.32 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.03 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ