นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การพัฒนาสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคุณภาพประชากรของประเทศ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน จะช่วยให้การส่งเสริม ป้องกัน และดูแลสุขภาพของแม่และเด็กดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ มีคุณภาพ และเข้าถึงประชาชนได้อย่างเท่าเทียม ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงก่อนตั้งครรภ์ ระยะตั้งครรภ์ การคลอด ไปจนถึงการดูแลเด็กและเยาวชนอายุ 18 ปี ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชน รวมทั้งร่วมผลักดันกฎหมายและนโยบายที่สนับสนุนการสร้างครอบครัว ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
"กระทรวงสาธารณสุขจึงสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีลูกและมีลูกคุณภาพเพื่อแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย โดยให้ความสำคัญทั้งจำนวนเด็กที่เกิด คุณภาพชีวิตของเด็ก และความพร้อมของครอบครัว การเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ ลดอุปสรรคต่อการมีบุตร และสร้างความมั่นใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างครอบครัวในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ที่มีคุณภาพ สุขภาพแข็งแรง พัฒนาการสมวัย พร้อมทั้งลดผลกระทบจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง และสร้างความสมดุลระหว่างวัย และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต" ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว
ด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขพร้อมบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านนโยบายและทรัพยากร เพื่อการส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา การเรียนรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล และสวัสดิการของหญิงตั้งครรภ์ แม่ เด็กและเยาวชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง พัฒนาเทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลให้สามารถเชื่อมโยง และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เสริมสร้างระบบสนับสนุนทางเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชนในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ แม่ เด็กและเยาวชนไทย เพราะการแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย ไม่ใช่เพียงทำให้เด็กเกิดมากขึ้น แต่ต้องทำให้คนอยากมีลูก มีความพร้อมและสามารถเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กัน