โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุด 42.5 เมกะวัตต์ (MWp) พัฒนาบนพื้นที่อ่างเก็บน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของผู้ประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยคาดว่าหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 29,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
นายสัทธา วนลาภพัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เปิดเผยว่า อมตะ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้บริบททางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น
"โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอมตะซิตี้ สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอมตะซิตี้ให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2040" นายสัทธา กล่าว
นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ และอมตะ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพร้อมของทั้งสององค์กรในการนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมมาร่วมกันสร้างโซลูชั่นพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ GreenLeap - Global and Green ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่ตั้งเป้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและฐานลูกค้าอุตสาหกรรม ควบคู่กับการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon Emissions ภายในปี 2050
"บี.กริม เพาเวอร์ ตั้งเป้าขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดในพอร์ตการผลิตไฟฟ้าให้มากกว่า 50% ในปี 2573 โดยพัฒนาโซลูชันพลังงานที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภาคส่วน และสนับสนุนเป้าหมาย Net-Zero Carbon Emissions ของประเทศในระยะยาว" นายสาโรช กล่าว
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด กล่าวว่า โครงการโซลาร์ลอยน้ำขนาด 42.5 เมกะวัตต์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานสะอาดภายในนิคมอุตสาหกรรม และใช้ประโยชน์จากพื้นที่อ่างเก็บน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้พื้นที่ดินเพิ่มเติม สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนของผู้ประกอบการ และระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความพร้อมของอมตะซิตี้ ชลบุรี ในการรองรับการลงทุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ
ในอนาคต อมตะและบี.กริม เพาเวอร์ ยังคงเดินหน้าร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายแหล่งจ่ายพลังงานสะอาดและพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรม