สินค้าและบริการเหล่านี้อาจแตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์ รสชาติและเรื่องราว แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ "ราก" ที่เติบโตมาจากพื้นที่ EEC และวันนี้กำลังได้รับโอกาสให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม ผ่านโครงการ "EEC Select Best Service 2026"
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดพิธีมอบตรารับรอง "EEC Select Best Service 2026" ให้แก่ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน 21 ราย รวม 22 ผลิตภัณฑ์ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ณ ระยอง ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ภายในงาน EEC Sustainability Expo 2026
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จบเพียงการขึ้นเวทีรับตรารับรอง เพราะเบื้องหลังของผู้ประกอบการแต่ละรายสะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า "มาตรฐาน" กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่าย และการนำคุณค่าท้องถิ่นไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ "หะรูหะรา HRUHRA" แบรนด์แฟชั่นจากฉะเชิงเทรา ซึ่งนำเรื่องราวของบ้านเกิดมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบ
นายวีรพงษ์ ทองมา เจ้าของแบรนด์ เล่าว่า ผลงานของ HRUHRA เป็นการทำงานร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่ผ้าฝ้ายทอมือ HRUHRA HANDLOOM COTTON ลายวัดโสธร "SOTHORN ECHO" ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากอุโบสถวัดหลวงพ่อโสธรและเงาสะท้อนบนแม่น้ำบางปะกง ไปจนถึง "Pakong Mango" ที่นำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ของดีขึ้นชื่อของฉะเชิงเทรา มาสร้างสรรค์เป็นลวดลายบนเสื้อผ้า ผ้าพันคอ และกระเป๋า พร้อมเพิ่มกลิ่นหอมของมะม่วงเข้าไปในผลิตภัณฑ์
ทำให้ "ของดีท้องถิ่น" ถูกแปลงเป็นงานดีไซน์ที่มีเรื่องราว และที่สำคัญยังช่วยกระจายรายได้กลับไปสู่ชุมชน และการได้รับตรารับรอง EEC Select Best Service 2026 ระดับ 2 ดาว จึงเป็นอีกแรงส่งที่ HRUHRA มองว่าจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและพาแบรนด์จากตลาดท้องถิ่นไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับสากลได้มากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง "ร้านประดิษฐโภชนา" จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังพิสูจน์ว่าอาหารโบราณสามารถเดินทางไปกับยุคดิจิทัลได้ หากรู้จัก "ปรับ" ให้เข้ากับโลกใหม่ เมนูเด่นอย่าง "ห่อหมกปลาช่อน" ยังคงใช้ปลาช่อนนาตามธรรมชาติ แล่และถอนก้าง พริกแกงทำเองและห่อด้วยใบตองสด เพื่อรักษารสชาติและวิธีการแบบดั้งเดิมที่สืบทอดจากรุ่นคุณตาคุณยาย แต่ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ พัฒนาเป็นอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat ให้จัดส่งได้ทั่วประเทศ ซึ่งหลังได้รับตรารับรองระดับ 2 ดาว ก็มีแผนพัฒนาเมนูโบราณเพิ่มเติม "ปลาต้มส้ม" และมองไกลถึงตลาดส่งออกในอนาคต
นี่อาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับอดีต แต่สามารถนำมาตรฐาน เทคโนโลยี และการตลาดมาช่วยให้ "ของเก่า" อยู่รอดในโลกใหม่ได้ และหัวใจอีกด้านของ EEC Select Best Service คือการทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่เกิดการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่
คุณพงศ์พิสุทธิ์ สุพร เจ้าของ aGaligo Coffee ร้านกาแฟในอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี ที่เปิดมากว่า 11 ปี จากร้านเล็ก ๆ ในบ้าน พัฒนาองค์ความรู้จนสามารถคั่วและ Process เมล็ดกาแฟเอง รวมทั้งจัด Workshop ถ่ายทอดความรู้ให้คนรักกาแฟ เล่าว่า ประโยชน์สำคัญจากการเข้าร่วมโครงการไม่ได้มีเพียงตรารับรองมาตรฐานระดับ 2 ดาว แต่คือความรู้ด้านบัญชี การตลาด การจัดการหลังบ้าน และโอกาสในการพบกับผู้ประกอบการรายอื่น
จากการพบกันในเครือข่าย จึงเกิดการพูดคุยกับ "ข้าวต้มมัดพร้อมทาน แม่นภา" เพื่อนำสินค้าไปวางจำหน่ายที่ aGaligo Coffee ขณะที่คุณธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการ บริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตข้าวต้มมัดพร้อมทานแม่นภา ซึ่งได้รับตรารับรองระดับ 2 ดาว มองว่า นอกจากการเพิ่มมูลค่าให้ข้าวเหนียวและวัตถุดิบเกษตรในพื้นที่ EEC แล้ว โครงการยังช่วยสร้าง Awareness ผ่านการออกบูธ โรดโชว์ และ Connection ที่สามารถนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจจริง จาก "ร้านกาแฟหนึ่งร้าน" กับ "ข้าวต้มมัดหนึ่งแบรนด์" เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่
แนวคิดเดียวกันนี้ ยังสะท้อนผ่าน "เมฆไอศครีม" ร้านไอศกรีมตำนานของชลบุรีที่มีอายุกว่า 50 ปี เลือกสร้างความแตกต่างด้วยรสชาติที่สะท้อนความเป็นไทยและวัตถุดิบในท้องถิ่น มากกว่าการเดินตามกระแสไอศกรีมจากต่างประเทศ จึงเกิดรสชาติอย่าง กะทิสด ข้าวหลามหนองมน กล้วยตาก ขนมใส่ไส้ เปียกปูนใบเตย ช็อกโกแลตหนองใหญ่ และสับปะรดทองระยอง รวมถึงเมนูฟิวชันที่นำขนมไทยมาตีความใหม่
และเมื่อได้เข้ามาอยู่ในเครือข่าย EEC Select Best Service 2026 โอกาสใหม่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดร้านเตรียมนำน้ำผึ้งจากสวนผึ้งในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง มาพัฒนาเป็นไอศกรีมรสชาติใหม่ นี่คือภาพเล็ก ๆ ที่สะท้อนว่า เมื่อผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดเริ่มเชื่อมถึงกัน วัตถุดิบของคนหนึ่งสามารถกลายเป็นนวัตกรรมของอีกคน และรายได้สามารถหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของพื้นที่ได้มากขึ้น
ไม่ใช่เฉพาะ "สินค้า" แต่รวมถึงประสบการณ์บริการ EEC Select Best Service ยังครอบคลุมธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เช่น Kusatsu Onsen Chonburi ที่นำผงแร่ธรรมชาติจากเมืองคุซัตสึ จังหวัดกุนมะ ประเทศญี่ปุ่น มาให้บริการในชลบุรี แต่เลือกนำ "หินอ่างศิลา" ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ มาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น การได้รับตรารับรองระดับ 2 ดาว ยังเปิดมุมมองด้านการบริหาร การตลาด และบัญชี รวมถึงแนวคิดการสร้าง Co-partner กับโรงแรมและที่พัก เพื่อเชื่อมออนเซ็น สปา อาหาร และที่พักเข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบวงจร
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า EEC Select Best Service ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน แต่เป็นกลไกสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างความเชื่อมั่น และต่อยอดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น เพื่อให้การเติบโตของ EEC สร้างประโยชน์และรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิด "SERVICE + SMART & SMILE" สะท้อนคุณค่าผ่านความหมาย E - EXPERT ผู้ประกอบการมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ E - EXCELLENCE สินค้าและบริการมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการและตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้บริโภค และ C - CERTAINTY สร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค
และเพื่อทำให้คำว่า "โอกาสทางการตลาด" เกิดขึ้นจริง ภายในงาน EEC Sustainability Expo 2026 จึงไม่ได้มีเพียงพิธีมอบตรารับรอง แต่ยังเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า รวมถึงดึงพลังของ Social Commerce เข้ามาช่วยขยายตลาด รวมถึงดึง "อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม" หรือ "คุณชายหมูกรอบ" มาร่วม live แนะนำสินค้าและบริการที่ได้รับตรารับรอง EEC Select Best Service 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รู้จักเรื่องราว จุดเด่น และคุณภาพของสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการ EEC มากขึ้น
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวทางของโครงการที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ "คัดเลือกและมอบตรารับรอง" แต่พร้อมเดินหน้าต่อยอดสู่การสร้างตลาดจริง ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการออกบูธจำหน่ายสินค้า เพิ่มโอกาสพบปะผู้บริโภคโดยตรง และการใช้พลังของ Social Commerce และ Influencer เชื่อมสินค้าท้องถิ่นเข้ากับผู้บริโภคยุคดิจิทัล ช่วยเพิ่มทั้งการรับรู้ โอกาสในการขาย และฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ EECO มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการทั้ง 21 ราย เป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออก นำ "Local Roots" ที่มีคุณค่ามาต่อยอดด้วยมาตรฐาน นวัตกรรม และการตลาดยุคใหม่ เพื่อเดินหน้าสู่ "Global Reach" และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่ EEC