กรมประมง…เดินหน้ายกระดับ "ทุ่งผักไห่" จ. สุพรรณบุรี เปลี่ยนพื้นที่รับน้ำสู่แหล่งทำกิน

พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 30 ล้านตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติเสริมความมั่นคงทางอาหาร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชน

Tuesday 15 September 2026 16:25
กรมประมง…เดินหน้ายกระดับ "ทุ่งผักไห่" จ. สุพรรณบุรี เปลี่ยนพื้นที่รับน้ำสู่แหล่งทำกิน

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ณ วัดคลองโมง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิด โครงการฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำสำคัญ "ทุ่งผักไห่" ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ รวม 30,200,000 ตัว เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน โดยมีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายไพศาล สุขปุณพันธ์ ประมงจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงศ์ ประเสริฐสม นายกเทศมนตรีตำบลองครักษ์ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ราย

นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดฯ ว่า…กรมประมงเล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรี ซึ่งประกอบด้วย ทุ่งรับน้ำ 2 ทุ่ง ได้แก่ ทุ่งผักไห่ และทุ่งโพธิ์พระยา เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในการรองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก จึงได้จัดกิจกรรมเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำสำคัญ ด้วยการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม โดยมุ่งเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงของแหล่งอาหารในชุมชน ทั้งเป็นการสร้างรายได้จากการทำประมง และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องชาวประมงและประชาชนทั่วไป โดยมีพื้นที่เป้าหมายของโครงการฯ คือ บริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งกรมประมงมุ่งนำแนวทางด้านการประมงเข้ามาเสริมศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่

สำหรับ "ทุ่งผักไห่" มีพื้นที่ประมาณ 157,675 ไร่ เป็นพื้นที่สำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านการเกษตรและการประมง ในช่วงฤดูน้ำหลาก พื้นที่ลุ่มต่ำจะมีน้ำท่วมขัง ก่อให้เกิดระบบนิเวศและแหล่งอาหารธรรมชาติที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ กรมประมงจึงมองเห็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากน้ำหลาก ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยดำเนินการฟื้นฟูและเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ เพิ่มประชากรสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้ "ทุ่งผักไห่" เป็นทั้งพื้นที่รองรับน้ำและแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกมิติ ตั้งแต่การเพาะพันธุ์และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำโดยใช้ชุดเพาะฟักไข่ปลาแบบเคลื่อนที่ (Mobile Hatchery) การดูแลรักษาแหล่งน้ำ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมงอย่างเหมาะสม เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรประมง สร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมอาชีพและรายได้ของชุมชนอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมเสวนา เรื่อง การฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการประมงและเครื่องมือทำการประมง และการสาธิตการเพาะพันธุ์ปลาแบบง่ายด้วยชุดเพาะฟักไข่ปลาแบบเคลื่อนที่ (Mobile Hatchery) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทุ่งผักไห่ รวมทั้งสิ้น 30,200,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ และครบรอบ 100 ปี กรมประมง เพื่อเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ ประกอบด้วย ปลาสร้อยขาว 1,000,000 ตัว ปลาตะเพียนทอง 1,000,000 ตัว และปลาตะเพียนขาว 28,000,000 ตัว รวม 30,000,000 ตัว และพันธุ์ปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร รวม 200,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว 50,000 ตัว ปลาตะเพียนทอง 20,000 ตัว ปลาโพง 50,000 ตัว และปลาสร้อยขาว 80,000 ตัว พร้อมทั้งมอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ผู้นำชุมชน รวม 7 ชุมชน เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ และบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในระบบนิเวศแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และส่งต่อทรัพยากรที่มีคุณค่าให้แก่คนรุ่นต่อไป

รองอธิบดีวิศณุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า…กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมง "ทุ่งผักไห่" ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า กรมประมงพร้อมเดินหน้าอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน