ดร. เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า "ความร้อนไม่ใช่เพียงปัญหาด้านสภาพอากาศ แต่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ง่าย กรุงเทพมหานครจึงเร่งเสริมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาความร้อนอย่างเป็นระบบ ทั้งการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนสถานการณ์ การจัดพื้นที่พักคลายร้อน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงการดูแลประชาชนที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ การพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านความร้อนและสุขภาพจะช่วยต่อยอดการดำเนินงานเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลและ AIT-BMA-Heat Health_01หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อระบุพื้นที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และนำไปสู่มาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและเตรียมกรุงเทพฯ ให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะยาว"
ภาวะอากาศร้อนกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของกรุงเทพฯ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง ประชาชนในชุมชนรายได้น้อยหรือพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงผู้ที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและโรคหอบหืด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพ ลักษณะอาชีพ สภาพที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม และการเข้าถึงบริการหรือมาตรการป้องกันความร้อนที่แตกต่างกัน
กรุงเทพมหานครจึงมุ่งยกระดับการรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยบูรณาการข้อมูลด้านความร้อน สุขภาพ ประชากร อาชีพ และการเข้าถึงบริการป้องกันความร้อน เพื่อจัดทำแผนที่แสดงระดับการสัมผัสความร้อนทั่วกรุงเทพฯ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า และกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขให้ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านความร้อนและสุขภาพ (Heat-Health Action Plan)
รองศาสตราจารย์ ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล คณบดีคณะวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวว่า "ความเสี่ยงจากความร้อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แม้สองชุมชนจะเผชิญกับอุณหภูมิใกล้เคียงกัน แต่ความเสี่ยงต่อสุขภาพอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ภาวะสุขภาพ อาชีพ สภาพที่อยู่อาศัย รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่คลายร้อนและมาตรการป้องกันต่าง ๆ"
"เป้าหมายของเราคือการนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาใช้ เพื่อระบุไม่เพียงว่าพื้นที่ใดมีอุณหภูมิสูงที่สุด แต่ยังรวมถึงพื้นที่ที่ความร้อนมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมากที่สุด ตลอดจนมาตรการที่สามารถช่วยลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ" รองศาสตราจารย์ ดร.เอกบดินทร์ กล่าวเพิ่มเติม
จัดทำแผนที่ความเสี่ยงจาก "ภัยร้อน" ทั่วกรุงเทพฯ
โครงการจะนำเซนเซอร์ต้นทุนต่ำ (Low-cost Sensors) มาใช้เก็บข้อมูลความร้อนในระดับพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมบูรณาการกับข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลดาวเทียม ตลอดจนข้อมูลด้านประชากร สุขภาพ และอาชีพ เพื่อประเมินพื้นที่และกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง และทำให้เห็นภาพผลกระทบด้านสุขภาพจากความร้อนในสถานที่ทำงาน ชุมชน และที่อยู่อาศัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้านนาย ฟาร์ฮัด อาลี (Farhad Ali) รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการ Partnership for Healthy Cities ของ Vital Strategies กล่าวว่า "ภาวะอากาศร้อนยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่มีทรัพยากรและการคุ้มครองอย่างจำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญความเสี่ยงมากที่สุด โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการรับมือผลกระทบด้านสาธารณสุขจากความร้อน ด้วยการนำข้อมูลระดับพื้นที่ไปสู่การกำหนดมาตรการที่ตรงจุด เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน"
พื้นที่เขตที่ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงจะได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากความร้อนในชุมชน การดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรัง การป้องกันผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งจากผลกระทบของความร้อน ตลอดจนเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่คลายร้อนและน้ำดื่ม
ผลจากการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องจะนำมาใช้ประเมินว่าแนวทางใดสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละชุมชน เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะและขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ต่อไป