บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ 'AA(tha)' โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต "มีเสถียรภาพ (Stable)" และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ 'F1+(tha)' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 (ปี 2562 - 2569) สะท้อนความน่าเชื่อถือของธนาคารในระดับสูง และตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินอิสลามของประเทศไทย
การคงอันดับเครดิตดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสถานะของไอแบงก์ โดยฟิทช์ประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลไทยจะให้การสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติแก่ธนาคาร ในกรณีที่มีความจำเป็น เนื่องจากไอแบงก์มีสถานะเป็นธนาคารรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของธนาคาร
นอกจากนี้ ฟิทช์ยังให้ความสำคัญกับ บทบาทเชิงนโยบายที่มีความสำคัญ โดยไอแบงก์เป็นธนาคารแห่งเดียวในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักชะรีอะฮ์ (Shariah Compliance) และมีบทบาทที่สำคัญในการให้บริการทางการเงินแก่ชุมชนมุสลิมในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี
สะท้อนความแข็งแกร่งของบทบาทธนาคารอิสลามในประเทศไทย
การคงอันดับเครดิตที่ 'AA(tha)' แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของไอแบงก์ในการเป็นกลไกทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ผู้ประกอบการ และกลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้บริการทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพในการให้บริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และการบริหารจัดการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจและการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป
เดินหน้าสู่มิติระหว่างประเทศ (International) เชื่อมโยงการเงินอิสลามไทยสู่เวทีโลก
นอกเหนือจากบทบาทในการให้บริการลูกค้าภายในประเทศแล้ว ไอแบงก์มุ่งยกระดับบทบาทในมิติระหว่างประเทศ (International) เพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมกับระบบการเงินอิสลามในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ ไอแบงก์มีศักยภาพในการเป็น สะพานเชื่อมโยง (Financial Bridge) ระหว่างประเทศไทยกับตลาดการเงินอิสลามและเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีประชากรมุสลิมและประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC)
ธนาคารให้ความสำคัญกับการสร้างและขยายความร่วมมือกับ พันธมิตรทางการเงินและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอิสลาม ตลอดจนสนับสนุนการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของไอแบงก์ ในการยกระดับบทบาทจากการเป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินภายในประเทศ ไปสู่การเป็น สถาบันการเงินอิสลามที่มีบทบาทในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับระบบเศรษฐกิจและการเงินอิสลามระดับนานาชาติ
ความน่าเชื่อถือคือรากฐาน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับอันดับเครดิตที่ได้รับการประกาศในครั้งนี้ ฟิทช์ระบุว่า อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของไอแบงก์ที่ 'AA(tha)' สะท้อนถึงโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับบริษัทและธนาคารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ ขณะที่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นอยู่ที่ 'F1+(tha)' และแนวโน้มอันดับเครดิตระยะยาวอยู่ในระดับ "มีเสถียรภาพ (Stable)"
ทั้งนี้ ฟิทช์ยังระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไอแบงก์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเงินกองทุนและคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะของธนาคาร
ไอแบงก์พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า และขยายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยในระบบการเงินอิสลามระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน