เวที TTS 2026 มุ่งสร้างพื้นที่เชื่อมโยงบุคลากรศักยภาพสูงของประเทศ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือข้ามสาขาและข้ามหน่วยงาน พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เชื่อมต่อกับนักวิจัยอาวุโส หน่วยบริหารและจัดการทุน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับชาติด้วย "Mastery" สู่การเป็น Nation of Masters โดยมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมกว่า 2,500 คน
ศ.ดร.ยศชนันฯ กล่าวตอนหนึ่งในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงานว่า ประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้จากการเป็นเพียงผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ปลายน้ำ แต่ต้องสร้างรากฐานทางทฤษฎี (Foundation) ของตนเอง มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยจึงต้องปรับบทบาทเป็น "Mastery Platform" อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการทำงานข้ามเครือข่าย (Complimentary Excellence) เชื่อมโยงตั้งแต่กลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ที่รู้จุดแข็งของชุมชน (Community Mastery) ส่งต่อโจทย์ไปยังกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและมหาวิทยาลัยวิจัย เพื่อดึงเอาอัตลักษณ์ของท้องถิ่น (Local Asset) มาผสานกับเทคโนโลยีขั้นสูง ยกระดับสายพานการผลิตไปจนถึงการสร้างสตาร์ทอัพที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
"...การก้าวสู่ประเทศรายได้สูงไม่มีทางลัด เราต้องเริ่มจากการผลักดันศักยภาพคน นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ธุรกิจ และอุตสาหกรรมมูลค่าสูงตามลำดับ สิ่งสำคัญคือเราต้องนำเอกลักษณ์ทางทรัพยากรมาผสานกับเทคโนโลยีเพื่อสร้าง Local Intelligence รักษาสิ่งที่เป็น "Thai-ness' เอาไว้ การมีฐานองค์ความรู้ของตนเองคือการสร้าง "เอกราชทางเทคโนโลยีและความคิด"' เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่ผูกขาดจากต่างชาติ ทำให้ประเทศมีอำนาจต่อรอง และสามารถบรรจุตัวเองเข้าไปเป็นหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่าสำคัญที่โลกขาดไม่ได้..." ศ.ดร.ยศชนันฯ กล่าวสรุป
รางวัลดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ วว. ในการพัฒนาและยกระดับระบบบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมระดับองค์กรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการแผนงานและโครงการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการผลักดันผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบ (Impact) อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ยืนยันถึงศักยภาพของ วว. ในฐานะหน่วยงานวิจัยชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศอย่างยั่งยืน