สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 กำลังสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์และการดำเนินชีวิตในเมือง โดยสถานการณ์ล่าสุดยังมีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านอาหาร น้ำดื่ม ระบบสาธารณสุข และสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้พื้นที่ประสบภัยเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และทรัพยากรจำเป็นสำหรับศูนย์พักพิง พร้อมให้สถานพยาบาลสำรองทรัพยากรที่จำเป็นไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเด็น "Food Supply Chain Resilience" หรือความยืดหยุ่นของระบบห่วงโซ่อาหาร กลับมามีความสำคัญมากขึ้น เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือ เหตุการณ์ที่ทำให้การเดินทางและการขนส่งหยุดชะงัก ความสามารถในการจัดเก็บและกระจายอาหารอย่างต่อเนื่องถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของระบบอาหาร
นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า ภัยพิบัติเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นชัดเจนว่า "บรรจุภัณฑ์อาหาร" มีบทบาทมากกว่าการทำหน้าที่บรรจุ หรือ ปกป้องสินค้า แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
"เมื่อเกิดวิกฤติ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงการมีอาหารเพียงพอ แต่ต้องสามารถเก็บรักษา ขนส่ง และกระจายอาหารไปยังผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องด้วย บรรจุภัณฑ์จึงมีบทบาทมากขึ้นในระบบอาหาร เพราะหากเราสามารถยืดอายุอาหารและลดข้อจำกัดด้านการควบคุมอุณหภูมิได้ ก็จะเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการอาหารในช่วงเวลาที่ระบบโลจิสติกส์เผชิญข้อจำกัดได้" นายชัยวัฒน์ กล่าว
แนวคิด Longevity Packaging จึงไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ หรือ การลด Food Waste เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ Food Supply Chain โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ที่ต้องการอายุการจัดเก็บที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพในการขนส่ง
สำหรับ "เอกา โกลบอล" เป็นบริษัทพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่ช่วยยืดอายุการจัดเก็บ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สำหรับ Ready Meals ที่สามารถรองรับกระบวนการ Retort และมีคุณสมบัติด้านความทนทานต่อความร้อน พร้อมยืดอายุการจัดเก็บอาหาร และรักษาคุณภาพอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามกระบวนการผลิตและสูตรอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องแช่เย็น หรือแช่แข็ง ได้นานสูงสุด 2 ปี ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดเก็บและโลจิสติกส์
จาก "Packaging" สู่ส่วนหนึ่งของ Food Supply Chain
นายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตผู้บริโภคและผู้ประกอบการอาจมองบรรจุภัณฑ์ในมิติของความสวยงาม ความสะดวก และการปกป้องสินค้าเป็นหลัก แต่ทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนไป โดย Packaging ต้องเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง ไปจนถึงการบริโภค
"ในภาวะปกติ เราอาจไม่ได้มองเห็นคุณค่าของอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน เพราะ Supply Chain ยังทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อเกิดวิกฤติ เราจะเห็นทันทีว่าอาหารที่มีอายุการจัดเก็บเหมาะสมและไม่ต้องพึ่งพา Cold Chain ในบางรูปแบบ สามารถสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบได้มากขึ้น" นายชัยวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของ "เอกา โกลบอล" ที่มุ่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการถนอมอาหาร ความปลอดภัย ความสะดวกในการขนส่ง และความยั่งยืน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา Longevity Packaging ควบคู่กับ Green Packaging และ Circular Economy
เตรียม "อาหารสำรอง" ก่อนเกิดวิกฤติ
นายชัยวัฒน์ ให้มุมมองว่า บทเรียนจากสถานการณ์ภัยพิบัติไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วม แต่สามารถนำไปสู่การออกแบบระบบอาหารที่พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ภาวะอากาศสุดขั้ว หรือ การหยุดชะงักของระบบขนส่ง การมีอาหารที่สามารถจัดเก็บได้ยาวนานและพร้อมกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสำหรับศูนย์พักพิง และอาหารสำรองที่สามารถเตรียมไว้ล่วงหน้า
"เราเชื่อว่าเรื่อง Food Security ไม่ใช่เรื่องที่ควรคิดเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Supply Chain ตั้งแต่วันนี้ และ Packaging เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ผู้ประกอบการสามารถวางแผนล่วงหน้าได้" นายชัยวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ "เอกา โกลบอล" ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม Longevity Packaging เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตอาหารไทยในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและกระจายสินค้า ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถรับมือกับความผันผวนของ Supply Chain และการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน