นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ด้านการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลช่วงน้ำท่วม ควรแยกขยะเปียก ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะมีคมให้ใส่ภาชนะแข็งแรงปิดมิดชิดพร้อมติดป้ายเตือน ใส่ถุงที่แข็งแรงมัดปากแน่น นำไปเก็บไว้บนที่สูงเหนือระดับน้ำ ห้ามทิ้งลงน้ำท่วมหรือท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันการอุดตันและไม่ให้เป็นแหล่งล่อสัตว์พาหะ เช่น หนู และแมลงวัน ทั้งนี้ ในหลายพื้นที่ที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทีม SEhRT กรมอนามัยได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จัดกิจกรรม Big Cleaning ในการ จัดการขยะ และฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมหลังน้ำลด ช่วยให้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดลงได้
"สิ่งสำคัญ คือ การให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย หลังน้ำลดประชาชนเริ่มกลับเข้าบ้านทำความสะอาด และฟื้นฟู ควรตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและระบบไฟฟ้าก่อนเข้าพื้นที่ สวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ ถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากาก เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทำความสะอาดพื้นและผนังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดจุดพักขยะชั่วคราวที่ไม่กีดขวางทางน้ำและเส้นทางสัญจร เร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งแจ้งวัน-เวลาจัดเก็บขยะให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง สำหรับระบบส้วมหากไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้ส้วมฉุกเฉินและรวบรวมสิ่งปฏิกูลในภาชนะปิดมิดชิดเพื่อรอการกำจัดอย่างถูกวิธี ห้ามปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะ" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว