ทั้งนี้ ความท้าทายในการบริหารจัดการความเสี่ยงของที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน อาทิ โครงการแนวราบ ให้ความสำคัญกับการป้องกันน้ำเข้าสู่ตัวบ้านและการดูแลพื้นที่รอบโครงการอย่างใกล้ชิด ด้านโครงการแนวสูง ให้ความสำคัญกับการปกป้องโครงสร้างชั้น 1 ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอาคาร, ระบบประตูระบายน้ำอัตโนมัติ, การสำรองกำลังพล รวมถึงการจำลองสถานการณ์และการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
วิกฤตการณ์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้วัดกันในวันที่สถานการณ์ปกติ แต่วัดกันในวันที่เกิดภัยพิบัติ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังคงยึดมั่นในปรัชญา No One Left Behind ในการดูแล 4 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม โดยมีผู้บริหารและพนักงานที่รับผิดชอบร่วมกันทำงาน พร้อมสื่อสารกับลูกบ้านอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับมาตรการของนิติบุคคลฯ และสถานการณ์น้ำภายนอก รวมถึง ความร่วมมือจากพันธมิตรทางการค้าในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันน้ำ อุปกรณ์สูบน้ำ และรถขนาดใหญ่เพื่อช่วยจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม
การผสานระหว่างวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร นวัตกรรม Dashboard เรียลไทม์ ทีมงานมืออาชีพที่พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง และระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้แสนสิริและพลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่อนหนักเป็นเบา และส่งมอบความปลอดภัยและความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ลูกบ้านได้อย่างต่อเนื่อง