LINE เปิดมุมมองการตลาดยุค AI ชู The Intelligent Customer Journey เชื่อมทุกโมเมนต์ลูกค้า ลดภาระงาน ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

ในวันที่การแข่งขันทางการตลาดไม่ได้วัดกันเพียงว่าแบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้มากแค่ไหน แต่ยังต้องเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันในทุกโมเมนต์ เทคโนโลยีและ AI จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ทั้งลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเปลี่ยนทุกความสนใจของลูกค้าให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง

Wednesday 21 October 2026 10:04
LINE เปิดมุมมองการตลาดยุค AI ชู The Intelligent Customer Journey เชื่อมทุกโมเมนต์ลูกค้า ลดภาระงาน ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

LINE ประเทศไทย ร่วมเปิดมุมมองอนาคตการตลาดในหัวข้อ The Future of Marketing ภายในงาน Marketing Conference 2026 (MKTCON 2026) ชูแนวคิด The Intelligent Customer Journey ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับโซลูชันต่าง ๆ บน LINE เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การสื่อสารและดูแลความสัมพันธ์ ไปจนถึงการให้บริการและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ช่วยให้แบรนด์ตอบสนองลูกค้าได้ตรงจังหวะ ลดข้อจำกัดในการทำงาน และเพิ่มโอกาสการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายธีรวัฒน์ งามวิทยศิริ หัวหน้าฝ่าย MarTech & MINI App จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า "หัวใจของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตลาด ไม่ใช่เพียงการมีเครื่องมือใหม่ ๆ แต่คือการทำให้แต่ละเครื่องมือทำงานเชื่อมต่อกันได้ตลอด Customer Journey เปลี่ยนความสนใจให้เกิดเป็น Action จริง ผ่านแนวคิด The Intelligent Customer Journey ที่มุ่งผสานทั้งเรื่อง Ads, Human Operation, AI และ Services เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้แบรนด์รู้ใจและตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันในทุกโมเมนต์"

เปิด 4 จิ๊กซอว์ The Intelligent Customer Journey เชื่อมทุกโมเมนต์ สู่ทุกโอกาสทางธุรกิจ

แนวคิด The Intelligent Customer Journey มุ่งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ของธุรกิจในแต่ละช่วงของเส้นทางลูกค้า ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นในทุกโมเมนต์ ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่

1.Acquire - เข้าถึงลูกค้าได้ตรงใจ ใช้ AI ช่วยลดงานการตลาด การเข้าถึงลูกค้าที่ใช่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของทุกธุรกิจ แต่การวางแผนแคมเปญ สร้างชิ้นงานโฆษณาและวิเคราะห์ผลลัพธ์ ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยาการ LINE จึงได้พัฒนา AI Agent บน LINE Ads เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระนักการตลาดใน 3 ด้าน ได้แก่ Campaign AI Agent ช่วยแนะนำการตั้งค่าแคมเปญให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณ, Creative AI Agent ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้เป็นชิ้นงานโฆษณาพร้อมใช้ และ Report AI Agent ช่วยสรุปและวิเคราะห์ผล พร้อมแนะนำแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ LINE ยังเตรียมปล่อยโฆษณารูปแบบใหม่อย่าง Chat Ad เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการเห็นโฆษณากับการเริ่มต้นสนทนา เปิดให้ผู้บริโภคที่สนใจสามารถทักแชทพูดคุยกับ LINE OA ของแบรนด์ได้ทันที แม้ยังไม่ได้เพิ่ม LINE OA ของแบรนด์เป็นเพื่อน ช่วยให้แบรนด์ไม่พลาดโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตั้งแต่โมเมนต์แรกที่เกิดความสนใจ

2.Manage - บริหารทีมคล่อง ดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่อง ไม่ขาด Human Touch อีกหนึ่งความท้าทายคือการบริหารทีมให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีแอดมินหรือพนักงานดูแลลูกค้าเป็นจำนวนมาก และมักนิยมใช้บัญชี LINE ส่วนตัวในการพูดคุยกับลูกค้า ทำให้ข้อมูลการสนทนากระจัดกระจาย ยากต่อการควบคุมมาตรฐานความถูกต้องของข้อมูลและความรวดเร็วในการตอบลูกค้า และอาจเกิดปัญหาการส่งต่องานเมื่อมีการปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ

LINE จึงเตรียมพัฒนาโซลูชันใหม่สำหรับบริหารทีมดูแลลูกค้าผ่าน LINE OA ให้ธุรกิจสามารถจัดการบทสนทนาและข้อมูลลูกค้าไว้ในศูนย์กลางเดียวได้ พร้อมฟังก์ชันมากมาย อาทิ Chat Assignment มอบหมายแชทให้แอดมินแต่ละคนหรือแต่ละฝ่ายรับผิดชอบ ส่งต่อการดูแลระหว่างทีมได้อย่างต่อเนื่อง และติดตามประสิทธิภาพการทำงานของแอดมินที่ดูแลลูกค้าผ่านแชทได้อย่างเป็นระบบ แต่ยังคงรักษา Human Touch ให้กับลูกค้าไว้ ผ่านการแสดงรูปโปรไฟล์ของแอดมินผู้ให้บริการ ขณะที่สนทนาอยู่บน LINE OA

3.Action - จาก AI ช่วยตอบ สู่ AI Agent ที่ช่วยให้บริการได้จริง ในวันที่ลูกค้าทักหาแบรนด์ สิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่เพียงคำตอบที่รวดเร็ว แต่คือการได้รับบริการที่ช่วยจัดการความต้องการได้จนจบ LINE จึงมีแผนพัฒนา Agentic AI ที่สามารถเข้าใจบริบทของการสนทนา และเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยดำเนินงานต่อจากการตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสินค้า/บริการ สร้างคำสั่งซื้อ ตรวจสอบข้อมูล จองคิวนัดหมาย ครบจบได้อย่างสมบูรณ์

ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าสอบถามบริการทำเล็บผ่านแชท AI Agent สามารถช่วยแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม ตรวจสอบคิวช่าง จองเวลานัดหมาย พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ Google Calendar และสรุปบทสนทนาให้แอดมินรับช่วงดูแลต่อได้อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

นี่คืออีกก้าวของการพัฒนา AI จาก 'ผู้ช่วยตอบแชท' สู่ 'ผู้ช่วยให้บริการ' ที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของธุรกิจ และทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะดวกและตรงความต้องการมากขึ้น

4.Transact - เปลี่ยนความสนใจเป็นยอดขาย จบทุกขั้นตอนบน LINE เมื่อการสื่อสารนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ ธุรกิจต้องสามารถเชื่อมต่อประสบการณ์จากแชทไปสู่การทำธุรกรรมได้อย่างสะดวก LINE จึงเดินหน้าผลักดัน LINE MINI App เทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจนำเสนอบริการดิจิทัลภายใน LINE ได้โดยไม่ต้องให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปฯ เพิ่ม โดยปัจจุบันมีบริการบน LINE MINI App แล้วมากกว่า 1,000 MINI Apps ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ LINE MINI Eats โซลูชันสำหรับธุรกิจ F&B จาก LINE ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยี LINE MINI App ดังกล่าว ที่เปิดตัวในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วยให้ร้านค้าสร้างหน้าร้านดิจิทัล ให้ลูกค้าสามารถเลือกเมนู สั่งซื้อ ชำระเงิน และติดตามสถานะออเดอร์ผ่าน LINE พร้อมเชื่อมข้อมูลกับ MyCustomer | CRM เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในการดูแลลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

โดยแบรนด์ BEARHOUSE เป็นหนึ่งในตัวอย่างธุรกิจที่นำ LINE MINI Eats ไปใช้แล้วกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ และสามารถเพิ่มยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล (Average Ticket) ได้ 15% สะท้อนโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการของธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแอปฯ ของตัวเองใหม่ ควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

ยกระดับสู่ Intelligent Journey ที่ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์และลูกค้า

ทั้ง 4 ขั้นตอนสะท้อนทิศทางของ LINE ในการเชื่อมเทคโนโลยี AI และบริการบนแพลตฟอร์ม เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด Customer Journey ตั้งแต่เริ่มสนใจไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ

LINE ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชันบนพื้นฐานความเข้าใจพฤติกรรมและอินไซต์ผู้บริโภคไทย เพื่อช่วยให้แบรนด์ใช้เทคโนโลยีลดข้อจำกัดในการทำงาน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจังหวะ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ใช้ LINE กว่า 56 ล้านคนทั่วประเทศ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค AI