Ishizuka (Takaya Ishizuka) นำเสนอบทบาทของ PASCO ในการประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ หรือ Geospatial Information (GI) ผ่านสามด้านสำคัญ ได้แก่ Disaster Resilience การเตรียมพร้อมรับมือและฟื้นตัวจากภัยพิบัติ, Infrastructure Management การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และ Digital Twin & Smart City การสร้างแบบจำลองดิจิทัลและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ พร้อมเน้นว่า GI เป็นองค์ประกอบสำคัญที่นำไปสู่การสร้างคุณค่า การพัฒนาบริการจึงต้องเชื่อมข้อมูลเข้ากับโจทย์การใช้งาน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการดำเนินงานของผู้ใช้ได้จริง
ด้าน กานดาศรี (กานดาศรี ลิมปาคม) กล่าวถึงแนวทางของ GISTDA ซึ่งให้ความสำคัญกับสองเป้าหมาย ได้แก่ การนำเทคโนโลยีไปยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนา Product ที่สร้าง Economic Value โดยดำเนินงานผ่านการเปิดข้อมูลให้ดาวน์โหลด การให้บริการ Public API ตลอดจนการพัฒนา Tools และ Services ที่ครอบคลุมเรื่อง Carbon การจัดการน้ำและป่าไม้ รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานและภาคธุรกิจเข้าถึงข้อมูลและนำไปพัฒนาการใช้งานต่อได้
อีกประเด็นที่ GISTDA ให้ความสำคัญคือการ Co-Develop หรือการพัฒนาร่วมกับผู้ใช้งานตั้งแต่ต้น เพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกิจต้องการคุณค่าในลักษณะใด และออกแบบเทคโนโลยีหรือบริการให้สอดคล้องกับความต้องการนั้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล Geospatial และ API ที่สามารถเชื่อมเข้ากับระบบงานเดิมของผู้ใช้ แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมการให้บริการข้อมูลกับกระบวนการทำงานของธุรกิจ และเปิดทางให้เกิดการต่อยอดบริการจากข้อมูลอวกาศ
Suchan (Dr. Minda Marie Suchan) ถ่ายทอดประสบการณ์ของ MDA Space ตั้งแต่การพัฒนาดาวเทียม RADARSAT รุ่นแรกมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้แนวคิดการเชื่อมสิ่งที่พิสูจน์แล้วเข้ากับความเป็นไปได้ใหม่ พร้อมเน้นความสำคัญของความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยีและรูปแบบการลงทุน โดยยกตัวอย่างพัฒนาการจาก RADARSAT รุ่นแรกที่พัฒนาสำหรับภาครัฐ สู่รุ่นที่สองซึ่งใช้ความร่วมมือและการลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน ทำให้สามารถพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือ Commercial Asset ได้ ประสบการณ์นี้สะท้อนบทบาทของความร่วมมือในการนำขีดความสามารถด้านดาวเทียมไปสู่บริการทางธุรกิจ
ขณะที่ Barthelemy (Yves Barthelemy) เน้นความสำคัญของการสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ให้นำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ โดยระบุว่ากลไกทางการเงินเป็นองค์ประกอบสำคัญ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนมีความสำคัญไม่แพ้กัน มุมมองจากผู้ร่วมเสวนาจึงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากข้อมูลดาวเทียมต้องอาศัยทั้งการเข้าถึงข้อมูล ความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ เทคโนโลยีที่ปรับใช้ได้ และกลไกการลงทุนที่สนับสนุนให้บริการเกิดขึ้นได้จริง
นอกเหนือจากเวทีเสวนา ภายในงาน Thailand Space Expo 2026 ยังมีพื้นที่นิทรรศการจากหน่วยงานอวกาศและพันธมิตรนานาชาติ บริษัทไทย และสถาบันการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจเทคโนโลยี ผลงานวิจัย และบริการด้านอวกาศ ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน ขณะที่ APRSAF-32 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2569 เป็นอีกพื้นที่สำคัญในการเชื่อมเครือข่ายความร่วมมือด้านอวกาศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การจัดกิจกรรมในช่วงเวลาเดียวกันจึงเปิดโอกาสให้ไทยเชื่อมการหารือระดับนานาชาติเข้ากับผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้สนใจภายในประเทศ
Thailand Space Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานและติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ tsx.gistda.or.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของ GISTDA