การแต่งตั้งดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรของ WAVE ในตลาดคาร์บอนเครดิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลสำหรับองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมการบิน
โดย CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) เป็นกลไกภายใต้ ICAO ที่กำหนดให้สายการบินระหว่างประเทศชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนเกินผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตที่ผ่านเกณฑ์การรับรองของ ICAO โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินโลก ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีแนวโน้มต้องการคาร์บอนเครดิตที่ผ่านเกณฑ์ CORSIA ประมาณ 146-236 ล้านหน่วยในช่วง First Phase ของโครงการระหว่างปี 2024-2026 และคาดว่าจะมีความต้องการสะสมมากกว่า 200 ล้านหน่วยภายในปี 2028 คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ เมื่อเข้าสู่ Second Phase ของ CORSIA ในช่วงปี 2027-2035 โครงการจะครอบคลุมการดำเนินงานของสายการบินในวงกว้างมากขึ้น โดยหลายสถาบันในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า ความต้องการคาร์บอนเครดิตสะสมอาจสูงกว่า 1 พันล้านหน่วยในทศวรรษข้างหน้า ส่งผลให้คาร์บอนเครดิตประเภท CORSIA Eligible Emissions Units กลายเป็นหนึ่งในตลาดคาร์บอนที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดของโลก
ภายใต้หนังสือแต่งตั้งดังกล่าว WAVE จะทำหน้าที่เป็นผู้แทนในการสรรหาและจัดหาคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนด ทั้งนี้ ปริมาณ ราคา และเงื่อนไขทางการค้าอื่น ๆ จะเป็นไปตามข้อตกลงที่คู่สัญญาจะกำหนดร่วมกันในภายหลัง
นายจุลภาศ เครือโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
"การได้รับความไว้วางใจจาก AirAsia Group ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ WAVE ในการขยายบทบาทสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตระดับภูมิภาค โดยเฉพาะตลาด CORSIA ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตสูงที่สุดของโลกจากความต้องการของภาคการบิน เราเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญ เครือข่ายพันธมิตร และการเข้าถึงคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงของบริษัท จะช่วยสนับสนุนลูกค้าในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
"จากการประเมินของบริษัท ตลาดคาร์บอนเครดิตสำหรับอุตสาหกรรมการบินภายใต้กลไก CORSIA กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะยาว โดยมีแนวโน้มความต้องการสะสมในระดับหลายร้อยล้านหน่วยในช่วงปลายทศวรรษนี้ และอาจขยายตัวสู่ระดับมากกว่า 1 พันล้านหน่วยในช่วง Second Phase ของ CORSIA ขณะที่สายการบินชั้นนำทั่วโลกต่างเร่งจัดหาคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่ผ่านเกณฑ์ ICAO ส่งผลให้คาร์บอนเครดิตประเภท CORSIA Eligible Emissions Units กลายเป็นสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายจุลภาศ กล่าวปิดท้าย