BGC มองแนวโน้มบรรจุภัณฑ์แก้วปี 64 ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ รับดีมานด์อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโต ชูเทรนด์หนุนดีมานด์ขยายตัว

จันทร์ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๔ ๑๓:๒๑
บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส หรือ "BGC" ประเมินแนวโน้มตลาดบรรจุภัณฑ์คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติในปีนี้ หลังพัฒนาวัคซีนสำเร็จและเริ่มทยอยฉีดในบางประเทศ คาดส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว หนุนความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น และยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเทรนด์สำคัญ พร้อมวางมาตรการดูแลพนักงานทุกส่วนในช่วง COVID-19 ระบาดระลอกใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คู่ค้า
BGC มองแนวโน้มบรรจุภัณฑ์แก้วปี 64 ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ รับดีมานด์อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโต ชูเทรนด์หนุนดีมานด์ขยายตัว

นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ในไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า จากการประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศและภูมิภาคอาเซียนในปี 2564 คาดว่าจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ได้เป็นผลสำเร็จและในบางประเทศเริ่มทยอยฉีดให้แก่ประชาชนแล้ว จึงคาดว่าสถานการณ์ของโรคระบาดจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นและสามารถกลับมาใช้ชีวิตรวมถึงทำกิจกรรมนอกบ้านได้ตามปกติ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคจะกลับมาเติบโตได้ดี และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทมองว่าแนวโน้มสำคัญที่มีผลต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้ว ได้แก่ (1) เทรนด์การเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพดี (Premiumization) โดยผู้บริโภคในประเทศมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น และมีบรรจุภัณฑ์สวยงาม โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนตัวและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ส่งผลดีต่อความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์แก้ว ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้ดี (2)เทรนด์การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ (Health Awareness) โดยเฉพาะการเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แก้วตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยไร้สิ่งเจือปน (Purity)

(3) เทรนด์การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental Friendly) ทำให้เกิดการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แก้วที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ 100% (4) เทรนด์การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบใส (Transparency) เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แก้วใสมีจุดเด่นในการกระตุ้นและดึงดูดความต้องการอุปโภคบริโภคของสินค้า โดยผู้บริโภคสามารถมองเห็นความสมบูรณ์และความสดใหม่ของสินค้าภายในบรรจุภัณฑ์ ทำให้เกิดความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น

และ (5) เทรนด์การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ส่งผลให้เกิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แก้วดีไซน์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองการบรรจุผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า โดยเทรนด์ทั้ง 5 ข้อดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วใน 5 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น ปราจีนบุรี และราชบุรี มีเตาหลอมแก้วรวม 11 เตา ด้วยกำลังการผลิตรวมสูงสุด 3,495 ตันต่อวัน โดยในช่วงที่มีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรค COVID-19 ในช่วงต้นปี 63 ที่ผ่านมา และการระบาดระลอกใหม่ในปัจจุบัน บริษัทฯ และโรงงานทุกแห่งได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานเป็นสำคัญ โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด อาทิ การปรับรูปแบบให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้าน (Work From Home), การเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีออนไลน์แก่พนักงาน, การใช้มาตรการคัดกรองและมาตรการด้านสุขอนามัยภายในโรงงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด ฯลฯ เพื่อความมั่นใจของคู่ค้าและผู้บริโภคในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แก้วของบริษัทฯ

ที่มา: เอ็ม ที มัลติมีเดีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๒๕ ก.พ. โมรินากะ ลุยตลาดออนไลน์ ส่งตรงผลิตภัณฑ์ อร่อย-กินเพลิน-ดีต่อสุขภาพ มัดใจผู้บริโภคไทย
๒๕ ก.พ. TM เผยงบปี 2563 กำไรสุทธิ 41.69 ล้านบาท เดินหน้าปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น พร้อมเคาะจ่ายปันผล 14 พ.ค.นี้
๒๕ ก.พ. ทริส คอร์ปอเรชั่น เตรียมจัดงาน TRIS Annual Forum ภายใต้แนวคิด Maturity in Privacy เผยแพร่ความสำคัญของ Data Governance และ
๒๕ ก.พ. อินโดรามา เวนเจอร์ส แถลงผลประกอบการปี 2563
๒๕ ก.พ. 'เดอะเซนโทร คอนโด บางแสน' ยอดขายดีต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นหนึ่ง แบบห้อง Dual Key แห่งเดียวในภาคตะวันออก มั่นใจ EEC
๒๕ ก.พ. ดาร์วิดฯ จับมือธ.ไทยเครดิตขายสินทรัพย์ติดจำนอง
๒๕ ก.พ. ATT จับมือ TEPCO PG คว้างานที่ปรึกษาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยใต้ดินลุมพินี กฟน.
๒๕ ก.พ. เอ็นไอเอ เตรียมส่ง 66 สตาร์ทอัพฮีโร่ ร่วมแก้วิกฤตภาคเกษตรไทย พร้อมโชว์ 3 เทรนด์นวัตกรรมเกษตรทำแล้วรวย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคปี
๒๕ ก.พ. ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการปี 2563 รับรู้รายได้ 5,748.82 ล้านบาท ขยายตัว 24% กำไรสุทธิ 1,333.17 ล้านบาท ขยายตัว
๒๕ ก.พ. คณะวิศวฯ มก. สนับสนุนงบฯ 3 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนา นวัตกรรมต้านภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง