บลจ.ไทยพาณิชย์ เผยธีมน่าสนใจในปี 2564 พร้อมมุ่งเฟ้นกองทุนตอบโจทย์ทุกกลุ่มทุกช่วงวัย

พฤหัส ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ๑๑:๕๑
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนงานในปี 2564 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเป็นบลจ.อันดับ 1 ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า หรือ The Most Advanced Technology & Trusted Partner AMC โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ จึงได้มุ่งมั่นที่จะแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ สร้างผลตอบแทนที่ดี มีทางเลือกการลงทุนหลากหลายที่เหมาะสมกับลูกค้า พร้อมทั้งการนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาเสริมความสามารถและประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทน
บลจ.ไทยพาณิชย์ เผยธีมน่าสนใจในปี 2564 พร้อมมุ่งเฟ้นกองทุนตอบโจทย์ทุกกลุ่มทุกช่วงวัย

โดยในปี 2563 บลจ.ไทยพาณิชย์ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) รวม 1,612,418 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 19.48% ประกอบด้วยกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) มี AUM อยู่ที่ 506,542 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 25.41% ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) มี AUM อยู่ที่ 164,047 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 13.14% และธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund) มี AUM อยู่ที่ 941,830 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 18.70% ซึ่งรวมทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่ารวม 53,292 ล้านบาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 188,224 ล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2564)

ทั้งนี้ มีแผนนำเสนอกองทุนครอบคลุมทุกสินทรัพย์ที่มีรูปแบบแปลกใหม่ เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายตามความสนใจและสอดคล้องกับสภาวะตลาดและการลงทุน รวมถึงมีการใช้ Machine Learning ขยายการลงทุนภูมิภาคอื่นทั่วโลก พร้อมทั้งพัฒนาให้มีการต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับการลงทุนในปี 2564 ได้แนะนำธีมที่น่าสนใจลงทุน ประกอบด้วย 1) ตลาดหุ้น Asia ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีท่าทีผ่อนคลายลง เนื่องจากมุ่งไปที่มาตรการการจับกลุ่มทางการค้าแทนการขึ้นภาษีนำเข้า จึงคาดว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกันภายในกลุ่ม นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในเอเชียยังมีความน่าสนใจสูง อาทิ Tencent, Alibaba, Samsung และ TSMC ซึ่งมีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังสูงกว่ากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐฯ ในขณะที่มูลค่าพื้นฐาน (12-month Forward P/E) ที่ถูกกว่า อีกทั้ง ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ Semiconductor cycle ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะในเกาหลี ถึงแม้ว่า กลุ่มประเทศในเอเชียจะได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ช้ากว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่ Earnings และ Valuation มีความน่าสนใจกว่า ประกอบกับค่าเงินที่มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าตลาด Emerging Market โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน คือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเอเชีย

2) ตลาดหุ้นกลุ่ม Domestic Play ซึ่งประกอบด้วย จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเดินทางข้ามพรหมแดนอยู่ แม้จะมีวัคซีนป้องกัน COVID-19 แต่คาดว่าวัคซีนจะเริ่มมีการแจกจ่ายอย่างแพร่หลายในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้กลุ่มประเทศที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมีความน่าสนใจ โดยประเทศจีนเป็นประเทศแรก ๆ ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กิจกรรมทางเศรษกิจทั้งด้านการผลิตและการบริโภคฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น ขณะที่ยุโรป แม้จะมีการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 อีกเป็นรอบที่สอง แต่รัฐบาลยุโรปได้ให้เงินสนับสนุนบริษัทผลิตวัคซีนหลายแห่ง ทำให้ยอดจองวัคซีนของยุโรปอยู่ในระดับที่สูง และเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ได้รับวัคซีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน ได้แก่ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีน และกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นยุโรปขนาดเล็ก และ ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เริ่มคุมอัตราการแพร่เชื้อได้ดีขึ้นมาก ประกอบกับการแจกจ่ายวัคซีน และการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีและเอื้อต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและบริษัทเอกชนในปี 2564

3) Short-Duration Credits สำหรับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในปีหน้าอาจมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป ส่งผลให้ความชันของ Yield curve (US 2-10 Spread) ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับมูลค่าของตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยติดลบกลับมาเพิ่มสูงขึ้น และแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับนโยบายการคลังในสหรัฐฯที่ออกมาในจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะนำไปสู่การออกพันธบัตร Treasury เพื่อระดมเงินทุนไปใช้จ่ายภาครัฐ ทำให้นักลงทุนอาจเกิดความกังวลต่อการขาดทุนทางบัญชีจากการลงทุนในตราสารหนี้ในภาวะที่ดอกเบี้ยตลาดเริ่มปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตราสารหนี้ที่มีอายุยาว อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบในกลุ่มตราสารหนี้ พบว่ากลุ่มตราสารประเภท High Yield ที่มีอายุสั้น มีความน่าสนใจมากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้กลุ่มอื่น อาทิ Investment grade ซึ่งมีส่วนต่างอัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ภาครัฐค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านนโยบายขาดดุลการคลังอย่างมากในสหรัฐฯ และข่าวดีของการพัฒนาวัคซีน จะทำให้ความเสี่ยงของจากการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่ม High yield ลดลงตามไปด้วย โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน ประกอบด้วย กองทุนที่ลงทุนในตราสาร High Yield ในสหรัฐฯ ที่มีระยะสั้น และกองทุนที่เน้นการลงทุนเพื่อหา Income จากตราสารหนี้หลากหลายประเภทและมีการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ทั่วโลก และอีกกลุ่มตราสารหนี้ที่มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นในปีนี้ คือตราสารด้อยสิทธิของกลุ่มธนาคาร หรือที่รู้จักกันสั้นๆในภาษาสากลว่า sub-debt ซึ่งเป็นกลุ่มตราสารที่จะได้รับประโยชน์ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนมีความน่าสนใจในภาวะดังกล่าว

"ในปี 2564 คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าเรื่องวัคซีนป้องกัน COVID-19 ซึ่งจะมีการแจกจ่ายให้กับประเทศพัฒนาแล้วเป็นอันดับแรก และคาดว่าจะเริ่มมีการแจกจ่ายในเอเชียในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางนโยบายการเงินและการคลัง โดยคาดว่าธนาคารกลางหลัก (สหรัฐฯ จีน และยุโรป) จะยังคงดำเนินมาตรการนโยบายการเงินผ่อนคลาย ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ และทำ QE อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดทอนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดอยู่ในระดับที่สูง" นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ที่มา: บลจ.ไทยพาณิชย์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๖ เม.ย. ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) จัดประชุมผู้ถือหุ้นปี 2564 ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.055 บาทต่อหุ้น
๑๖ เม.ย. คนเดียวก็อิ่มได้ ไม่ต้องง้อเพื่อน กับ มายบ็อกซ์ ซีรีส์ จากพิซซ่า ฮัท
๑๖ เม.ย. อัปเดตใหม่! อาชีพใหม่ 'สกอลาร์' มาแล้ว! พร้อมพบโบนัสพัฒนา 5 เท่า ใน A3: STILL ALIVE
๑๖ เม.ย. ไทยพาณิชย์ จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ไทยไพบูลย์ประกันภัย เปิดตัว ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance)
๑๖ เม.ย. เอ็นทีที เปิดเวที NTT Digital Innovation Challenge 2021 คัดเลือกสุดยอดคนไอทีรุ่นใหม่
๑๖ เม.ย. Wealth Dynamix เปิดตัวโซลูชัน SaaS บริหารวงจรชีวิตลูกค้าบนคลาวด์ สำหรับบริษัทบริหารจัดการความมั่งคั่ง
๑๖ เม.ย. PROS ตั้ง KGI ลีดอันเดอร์ไรท์เตอร์ เคาะราคาขายหุ้น IPO ที่ 2 บ./หุ้น ระดมทุน 280 ลบ. เปิดจองซื้อ 19-21 เม.ย. เทรด 27
๑๖ เม.ย. ดั๊บเบิ้ล เอ ส่งความสุขและห่วงใยในกิจกรรมเลี้ยงน้องวันเกิด
๑๖ เม.ย. ออฟฟิศเมท เปิดร้านบน GrabMart Application ช้อปอุปกรณ์สำนักงาน ส่งด่วนภายใน 2 ชั่วโมง
๑๖ เม.ย. เกมมือถือ Kingdom Heroes M เปิดตัวอย่างเป็นทางการบน iOS และ Android