"CHAYO" จับมือพันธมิตร "DOD" เซ็น MOU ผนึกกำลังแปรรูปกัญชง ตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ เตรียมพร้อมออก 5 - 8 ผลิตภัณฑ์ ภายในปีนี้ "เอาใจคนรักกัญชง"

ศุกร์ ๑๒ มีนาคม ๒๐๒๑ ๐๘:๕๓
บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) อวดสตอรี่สุดร้อนแรง ประกาศจับมือพันธมิตร บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) สร้างประวัติศาสตร์เป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านกัญชง เซ็น MOU ผนึกกำลังร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ (ปลูก สกัด และผลิต) รายแรกของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมจ่อออกผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชง 5 - 8 ผลิตภัณฑ์ "เอาใจคนรักกัญชง" สู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายในปีนี้ ด้าน CEO เร่งเดินหน้าตอกย้ำสู่การเป็นผู้นำการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สกินแคร์ และคอสเมติกส์ จากสารสกัดกัญชงที่ครบวงจรระดับต้นๆ ของประเทศ ขณะที่บริษัทสยาม เฮอเบล เทค จำกัด จ่อยื่นขอใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ - ขอรับใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชง เร็วๆ นี้

ด้าน นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สิน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ขายสินค้า Online และ TV Shopping เปิดเผยว่า นับเป็นอีกประเด็นใหม่ที่น่าสนใจ เมื่อ CHAYO ขานรับการส่งเสริมกัญชงซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และมีความพร้อมเข้ามารุกตลาดนี้ ผ่านบริษัท 555 ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจขายสินค้าและบริการผ่านคอลเซ็นเตอร์และช่องทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร มีสินค้าเพื่อจำหน่ายหลากหลายประเภท รวมทั้งกลุ่มสุขภาพและความงาม จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมของกัญชง โดยจับมือร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่จากทางบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีมาตรฐาน โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจัดหาเมล็ดพันธุ์กัญชง การเพาะปลูก และรับซื้อกัญชง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ร่วมกันในครั้งนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปักธงขยายตลาดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำได้อย่างสมบูรณ์ และเชื่อว่า จากการเป็นผู้นำรายแรกๆ ในตลาดนี้ จะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ธุรกิจได้

โดยบริษัท 555 ช้อปปิ้ง จำกัด จะให้ทาง DOD พัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ที่มีสารสกัดจากกัญชง จำนวน 5 - 8 ผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สำเร็จออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น

ด้าน นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยว่า จากกระแสความนิยมกัญชงทำให้มีการนำสารสกัดจากกัญชงไปเป็นวัตถุดิบและสารตั้งต้น เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง อาหาร ยา เครื่องดื่มนั้น ส่งผลให้กลุ่มบริษัทที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ความสนใจเข้ามาขอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการร่วมพัฒนาวิจัยคิดค้นสูตรกับ DOD ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ที่มีกระบวนการวิจัยและผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล

ล่าสุด เมื่อวันที่10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค และ บริษัท 555 ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้มีการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจัดหาเมล็ดพันธุ์กัญชง การเพาะปลูก และรับซื้อกัญชง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished Product) ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สำเร็จออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการที่สร้างประวัติศาสตร์ของ 2 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่จะร่วมมือกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นับตั้งแต่การจัดหาเมล็ดพันธุ์กัญชง - การเพาะปลูก - รับซื้อกัญชง - การสกัด และผลิตผลิตภัณฑ์สู่ตลาด

"ความร่วมมือในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการต่อยอดธุรกิจภายใต้การเป็น Strategic Partner ร่วมกัน โดยนำจุดแข็งความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท ช่วยผลักดันให้มูลค่าการตลาดทั้งในส่วนของ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค เติบโตไปพร้อม ๆ กัน โดย 555 ช้อปปิ้ง มีศักยภาพความแข็งแกร่งด้านช่องทางการทำตลาดและการจัดจำหน่าย ผ่านการให้บริการคอลเซ็นเตอร์โดยเป็นการต่อยอดจากบริษัทแม่ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเจรจาติดตามเร่งรัดหนี้สินและศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ขณะที่ DOD มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาวิจัยคิดค้นสูตรนวัตกรรมและการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสกินแคร์คอสเมติกส์ รวมถึงยังมีบริษัท สยาม เฮอเบล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DOD มาเสริมศักยภาพการผลิตธุรกิจกัญชง ซึ่งจะช่วยต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ รวมถึงการสกัดสารตั้งต้นจากกัญชง เพื่อส่งให้ DOD ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสกินแคร์คอสเมติกส์ " นายธนิน กล่าว

ด้านนางสาวสุวารินทร์ ก้อนทอง ในฐานะกรรมการ บริษัท สยาม เฮอเบล เทค จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค ) กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัท สยาม เฮอเบล เทค จำกัด ได้รับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงจากต่างประเทศ จากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งยอมรับว่าเป็นบริษัทในเครือของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียงรายเดียว ที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ในขณะนี้ สำหรับเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวจะเป็นการนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งหมด 10 สายพันธุ์ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะนำเข้ามาได้ช่วงต้นเดือนเมษายนนี้

และในเร็ว ๆ นี้ บริษัทเตรียมยื่นขอใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ เพื่อจำหน่ายให้กับเครือข่ายเกษตร ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตเพาะปลูกกัญชง รวมถึงเตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชง ในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ หากบริษัทได้รับใบอนุญาตครบตามที่ยื่นขอและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชง เชิงพาณิชย์ตามที่วางแผนไว้ จะตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำของ บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสกินแคร์คอสเมติกส์ จากสารสกัดกัญชงที่ครบวงจรระดับต้น ๆ ของประเทศ

ที่มา: ไออาร์ พลัส

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๕:๔๘ บางจากฯ รับรางวัลมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ของสภาอุตสาหกรรม
๑๕:๐๕ เยี่ยมชมระบบคลังสินค้า บริษัท GP Autoparts
๑๕:๒๕ งานวิจัยเดลล์ เทคโนโลยีส์ชี้ ภาคธุรกิจถือคนทำงานในฐานะสินทรัพย์สำคัญสูงสุด ในการขับเคลื่อนโครงการปฏิรูปทางดิจิทัล
๑๕:๑๓ Lazada วันนี้คุณมีนัดตรวจสุขภาพ! 10.10 วันเดียวเท่านั้น
๑๕:๕๖ ดี-แลนด์ กรุ๊ป ปั้นนักธุรกิจรุ่นใหม่
๑๔:๐๙ 10 ตุลาคมนี้.ฟินขั่นสุดกับ 2Moons The Ambassador เดือนเกี้ยวเดือนซีซั่นสุดท้ายทางอมรินทร์ทีวี
๑๔:๔๖ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ คว้ารางวัล ประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น
๑๕:๐๕ วิศวะมหิดล ขยายบ่มเพาะวิศวกรผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ป้อนตลาด.รองรับฮับอาเซียน และ FTA ภาษีนมเป็นศูนย์
๑๕:๑๔ Shopee 10.10 Health Check-up! ตรวจสุขภาพกันเถอะ
๑๕:๓๓ 3 เด็กเก่ง SPU สุดเจ๋ง! ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทย ร่วมโครงการ APEC Voices of the Future 2022