ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ส่งเสริมให้คนกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนมากขึ้น

จันทร์ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ๐๘:๐๐
รายงานโดย CCTV+

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวย้ำในหลายโอกาสว่า จำเป็นต้องพยายามให้มากขึ้นในการปกป้องสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยา โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานเขียนทางประวัติศาสตร์ และมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อให้คนกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

นายสี จิ้นผิง ได้อ้างอิงถึง "จือจื้อทงเจี้ยน" หรือ "Comprehensive Mirror in Aid of Governance" ซึ่งเป็นผลงานทางประวัติศาสตร์จีนโบราณที่เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเกือบหนึ่งพันปีมาแล้ว ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดมหกรรมพืชสวนนานาชาติ Beijing Horticultural Expo เมื่อเดือนเมษายนปี 2562

ในครั้งนั้น นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรมสร้างความมั่งคั่งทางวัตถุอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อธรรมชาติ"  

ผู้นำจีนกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวในขณะที่ทั่วโลกมีความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งความกังวลที่ว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลจะหมดไปในอีกไม่ช้าหากมนุษย์ยังคงใช้อย่างล้างผลาญเช่นในปัจจุบัน ขณะที่ทรัพยากรสำคัญ เช่น ผืนดิน น้ำ และพลังงาน ต่างเริ่มมีจำกัด

"การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมคือกุญแจสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศ" นายสี จิ้นผิง กล่าวในมหกรรมดังกล่าว

"เราต้องส่งเสริมรูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกว่าเดิม ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และปล่อยคาร์บอนต่ำ รวมถึงต่อต้านการใช้มากเกินความจำเป็นและความสิ้นเปลือง ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและใส่ใจสิ่งแวดล้อม" ประธานาธิบดีจีนกล่าว

"เมื่อแหงนมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน ดวงดาวมากมายทำให้เรารู้สึกว่าเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ และโลกของเราก็เป็นบ้านเพียงแห่งเดียวของมวลมนุษยชาติ เราต้องปกป้องโลกใบนี้เช่นเดียวกับที่ปกป้องดวงตาของเรา และใส่ใจธรรมชาติเช่นเดียวกับที่ใส่ใจชีวิตของเรา" นายสี จิ้นผิง กล่าว

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) ปูทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2603 นอกจากนั้นยังตั้งเป้าลดการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์มวลรวม ราว 13.5% และ 18% ตามลำดับในช่วงเวลาดังกล่าว

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จีนครองอันดับ 1 ของโลกในด้านการเพิ่มทรัพยากรป่าไม้ โดยมีการปลูกป่าทะลุ 70 ล้านเฮกตาร์ ขณะเดียวกัน 90% ของระบบนิเวศบนบก และ 85% ของประชากรสัตว์ป่าสำคัญ ยังได้รับการปกป้องจากรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จีนยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มปริมาณป่าไม้สะสม 6 พันล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับระดับในปี 2548 และเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งของไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เป็นมากกว่า 1.2 พันล้านกิโลวัตต์

ลิงก์: www.youtube.com/…X22aokU



ที่มา:  พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๘ มิ.ย. ซีพี รีเทลลิงค์ บริจาคน้ำดื่มมวลชนและเจลแอลกอฮอล์ให้กับรพ.ปากเกร็ด2
๑๘ มิ.ย. สนพ.แพร่ดำเนินการฝึกอบรมโครงการเพิ่มศักยภาพคนทุกช่วงวัยเพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุคุณภาพ สาขา การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก
๑๘ มิ.ย. ททท. เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech
๑๘ มิ.ย. เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู เปิดสาขาใหม่ KU-Econ พร้อมส่งมอบเบเกอร์รี่และน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ศูนย์วัคซีนป้องกันโควิด-19
๑๘ มิ.ย. ปตท. จับมือ เอสซีจี เซรามิกส์ ร่วมศึกษาธุรกิจให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
๑๘ มิ.ย. ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนห้องรักษาผู้ป่วย COVID-19 แก่ รพ. สิรินธร
๑๘ มิ.ย. สพร.9 พิษณุโลก เพิ่มสมรรถนะแรงงานด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่
๑๘ มิ.ย. สพร.9 พิษณุโลก ยกระดับฝีมือช่างเชื่อมเมืองสองแควสู่มาตรฐานสากล
๑๘ มิ.ย. แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังเครืออินเตอร์คอน ประกาศลงนามข้อตกลงบริหารโรงแรมและรีสอร์ท 5 แห่ง เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
๑๘ มิ.ย. ยุคทองของหุ่นยนต์ดินสอบุกตลาด ปรับองค์กรเข้าสู่วิถี New Normal