ซีบีอาร์อีเผยผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์วางแผนขยายอีกมากในเอเชียแปซิฟิก แต่ซัพพลายมีไม่เพียงพอ

จันทร์ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ๑๖:๕๖
รายงานฉบับล่าสุดของซีบีอาร์อี ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ระบุว่าผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์มีแผนที่จะขยายพื้นที่คลังสินค้าในเอเชียแปซิฟิกอีกมากในช่วง 3 ปีจากนี้ เนื่องจากมีมุมมองในแง่บวกมากขึ้นเรื่องสภาพแวดล้อมสำหรับการดำเนินงาน
ซีบีอาร์อีเผยผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์วางแผนขยายอีกมากในเอเชียแปซิฟิก แต่ซัพพลายมีไม่เพียงพอ

ซีบีอาร์อีสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารเกือบ 100 คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจและเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ในบริษัทต่าง ๆ ตั้งแต่บริษัทที่เป็นตัวแทนผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (Third-party Logistics: 3PLs) ไปจนถึงผู้ผลิต ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และผู้ค้าปลีก ซึ่งพบว่า 78% ของผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์ตั้งใจที่จะขยายพื้นที่คลังสินค้าของตนเอง และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งมองว่าจะเป็นการเติบโตอย่างมาก โดยมีบรรดาตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เป็นตลาดเป้าหมายในการขยายพื้นที่

ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากอัตราพื้นที่ว่างของคลังสินค้าในตลาดหลักของเอเชียแปซิฟิกที่ลดลงเหลือน้อยกว่า 4% ในไตรมาส 2 ของปี 2564 ขณะที่ปริมาณการใช้พื้นที่คลังสินค้าสุทธิในตลาดสำคัญของเอเชีย1 ทำสถิติสูงสุดที่ 3.3 ล้านตารางเมตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2564

คาดว่าพื้นที่คลังสินค้าของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างไรในอีกสามปีข้างหน้า

แผนการขยายพื้นที่เหล่านี้มาจากการที่ผู้ใช้พื้นที่มองในแง่บวกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในการดำเนินงาน โดย 84% คาดว่าจะมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหรือปานกลางในช่วงสามปีข้างหน้า ทั้งนี้ การมองในแง่บวกเช่นนี้เป็นผลมาจากความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจโลจิสติกส์ตลอดช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างมากของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การค้าปลีกแบบหลายช่องทาง (Omnichannel) ที่เติบโตขึ้น และความต้องการด้านซัพพลายเชนที่เพิ่มขึ้น เช่น การรักษาสินค้าคงคลังที่มีเพิ่มเติมหรือสินค้าคงคลังสำรอง

นายอาดัม เบลล์ หัวหน้าแผนกพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า "อสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ของไทยมีแนวโน้มที่สดใสด้วยปัจจัยขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งอย่างการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ แต่ปัจจัยที่มาถ่วงดุลคือสถานการณ์การแพร่ระบาดและข้อจำกัดด้านการเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศของนักลงทุนที่ยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าปริมาณการลงทุนในตลาดนี้จะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำจนกว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะคลี่คลาย และซีบีอาร์อีเชื่อว่าประเทศไทยยังคงอยู่ในจุดที่ดีในการดึงดูดนักลงทุนในเอเชียแปซิฟิก แต่สิ่งที่ตลาดมีควรได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามา หากมองในแง่นี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี และพื้นที่โดยรอบ คือสิ่งสำคัญที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง"

"การระบาดใหญ่เป็นปัจจัยที่เร่งให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ซึ่งในทางกลับกันเป็นการกำหนดตลาดโลจิสติกส์ในอนาคต เครือข่ายการขนส่งที่พึ่งพาจุดเชื่อมต่อตรงและจุดเชื่อมต่อที่อยู่ใกล้เมืองมากกว่ากำลังเข้ามาแทนที่ระบบการขนส่งหลายขั้นตอนแบบดั้งเดิม และยังหมายถึงว่าการขยายพื้นที่โลจิสติกส์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนไปตามความต้องการพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับลูกค้าปลายทางมากขึ้น เพราะมีระยะเวลาในการส่งที่สั้นลงซึ่งจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคออมนิแชนแนล" นายทรอย ชอร์เทลล์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านซัพพลายเชน ซีบีอาร์อี เอเชีย กล่าว

เพิ่มประสิทธิภาพของการเติบโตและต้นทุน
ต้นทุนต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการกระจายสินค้าแบบออมนิแชนแนลเพิ่มความซับซ้อนและความถี่ในการจัดส่งสินค้าซึ่งส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 61% มองว่าต้นทุนด้านเชื้อเพลิง การขนส่ง และแรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็นข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุด มากกว่าผลกระทบจากโรคระบาด (51%) และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ (50%) ค่าเช่าพื้นที่ก็เป็นหนึ่งในสามปัจจัยแรกที่ผู้ใช้พื้นที่พิจารณาเมื่อตัดสินใจมองหาพื้นที่ ควบคู่ไปกับการมีทำเลที่ใกล้กับระบบคมนาคม ตลาดเป้าหมาย และผู้บริโภค

สิ่งสำคัญในการขยายพื้นที่โลจิสติกส์กำลังเปลี่ยนจากการมีที่ตั้งอยู่ในทำเลชั้นนำไปสู่ทำเลที่อยู่โดยรอบใกล้เขตปริมณฑล เกือบ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะใช้พื้นที่โลจิสติกส์ในทำเลที่อยู่โดยรอบมากขึ้น ซึ่งมักจะมีค่าเช่าถูกกว่าทำเลหลักสูงสุดถึง 50% ทำเลรองเหล่านี้ยังมีพื้นที่โลจิสติกส์คุณภาพสูงที่รองรับการขยายและการควบรวมพื้นที่ โดยผู้ใช้พื้นที่หลายรายได้มีการจับจองพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลในทำเลรอง เช่น ในญี่ปุ่นบริเวณทางด่วนเค็งโอซึ่งเป็นถนนวงแหวนรอบนอกโตเกียวเต็มวง มีอัตราพื้นที่ว่างลดลงจากเกือบ 20% ในปี 2560 เหลือเพียง 0.7% ในไตรมาส 2 ปี 2564

พื้นที่โลจิสติกส์ในยุคต่อไป

จากการสำรวจของซีบีอาร์อี พบว่า ผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำขณะที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการจัดการสินค้าในเวลาเดียวกัน จะมีความคาดหวังบางประการต่อพื้นที่โลจิสติกส์รุ่นใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงการเป็นอาคารหรือพื้นที่ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน (69%) มีพื้นที่เก็บความเย็นหรือแช่แข็ง (60%) โดยเป็นผลมาจากความต้องการของร้านค้าปลีกแบบออมนิแชนแนล รวมถึงพื้นที่แบบหลายชั้นพร้อมทางลาดซึ่งจะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้มากขึ้น (58%)

คาดว่าความต้องการด้านคุณสมบัติอาคารของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคต

"รูปแบบการดำเนินงานของโลจิสติกส์สมัยใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นพื้นที่โลจิสติกส์ในรุ่นต่อไปจะต้องมีการพัฒนาที่ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ คลังสินค้าที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีพร้อมเพดานที่สูงขึ้น พื้นที่ระหว่างเสาที่กว้างขึ้น จุดรับสินค้าที่มีพื้นที่กว้าง และการเดินทางเข้าถึงได้โดยตรง กำลังกลายเป็นคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของผู้ใช้พื้นที่โลจิสติกส์" นายชอร์เทลล์กล่าวเสริม

เกี่ยวกับซีบีอาร์อี กรุ๊ป อิงค์
ซีบีอาร์อี กรุ๊ป อิงค์ (NYSE:CBRE) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (พิจารณาจากผลประกอบการในปี 2563) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในดัลลัส และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน Fortune 500 และเป็น 1 ใน 500 บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดโดยสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส มีบุคลากรมากกว่า 100,000 คนที่ให้บริการลูกค้ามากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เปิดให้บริการในกรุงเทพมหานครในปี 2531 และขยายสู่ภูเก็ตในปี 2547 ซีบีอาร์อีให้บริการที่หลากหลายแก่ลูกค้าด้วยการบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่การเป็นตัวแทนในการซื้อขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การประเมินราคาทรัพย์สิน การศึกษาวิจัยตลาดและการเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการ การบริหารอาคาร การบริหารทรัพยากรทางกายภาพ การบริหารธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ และบริหารโครงการ เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ www.cbre.co.th

ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๒๖ พ.ย. IMH ย้ำชัด ประกาศตัวเป็นผู้นำโรงพยาบาลโควิดแบบครบวงจร
๒๖ พ.ย. ไทยพาณิชย์ชูหลักสูตรพัฒนาทักษะคนดิจิทัล หนุนไปรษณีย์ไทย เติบโตก้าวกระโดด
๒๖ พ.ย. ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การออมภาคบังคับ
๒๖ พ.ย. STI ร่วมกับ ธพส. มอบกล่อง COVID Care Box ให้กับชุมชนรอบศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ
๒๖ พ.ย. UREKA บริจาคถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา
๒๖ พ.ย. รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เตรียมเปิด ศูนย์ข้อเทียมโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีแขนหุ่นยนต์มาช่วยผ่าตัด ต้นปี 2565
๒๖ พ.ย. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์นาว-MONO29 รวบตัว เจมส์-โบว์ สอนเป่าคาถารักจากหนัง อโยธยา มหาละลวย
๒๖ พ.ย. เปิดตัวแล้ว!! The Judge ของรายการเรียลลิตี้ระดับโลก โปรเจกต์ รันเวย์ ไทยแลนด์
๒๖ พ.ย. มหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัย ในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo
๒๖ พ.ย. ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล คิดค้นและพัฒนาแอปพลิเคชัน CSE for Deaf คัมภีร์สุขภาวะทางเพศ ในโลกไร้เสียงที่ไม่ต้องใช้ภาษามือ