KTAM แนะลงทุนจีน รับกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง

จันทร์ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ ๑๐:๓๖
KTAM เผยยุทธศาสตร์การลงทุนครึ่งปีหลัง แนะนำการลงทุนในตลาดจีน หลังจากความเสี่ยงลดลงมาก ภาพรวมการส่งออกดีขึ้น ประกอบกับการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐช่วยปลุกเศรษฐกิจ ชู 3 กองทุนเด่น ลงทุนในตลาดหุ้นจีน KT-Ashares, KT-CHINA และ KT-CHINABOND
KTAM แนะลงทุนจีน รับกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก กลายเป็นความท้าทายของนักลงทุนในการจัดสรรการลงทุนอย่างเหมาะสม และถือเป็นบทบาทหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ต้องเลือกเฟ้นโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุน โดยในส่วนของ KTAM ประเมินว่า ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบันนั้น จีนนับเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งการส่งออกที่ฟื้นตัว นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ระดับเงินเฟ้อต่ำ และศักยภาพของการเป็นแหล่งซัพพลายวัตถุดิบที่สำคัญของโลก

"ถึงแม้โควิดยังคงปะทุทำให้จีนยังต้องเปิด-ปิดเมือง แต่จีนก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอีกมาก ทั้งการส่งออกที่ฟื้นตัวแรงกว่าที่คาด นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ และด้วยอัตราเงินเฟ้อของจีนที่ต่ำสุดในโลกเพียง 2.1% ทำให้จีนสามารถขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก นอกจากนี้ศักยภาพของการเป็นแหล่งซัพพลายวัตถุดิบที่สำคัญของโลก และการคลายล็อกท่าเรือ จะเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าจากจีนไปสู่ตลาดโลก ขณะที่ดัชนี MSCI ลงทุนหุ้นจีนเพียง 3.5% ของพอร์ตเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองข้าม ช่วงนี้จึงนับว่าเป็นโอกาสและจังหวะที่ดีในการลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ และเงินหยวนของจีน" นางชวินดา กล่าว

สำหรับการลงทุนในตลาดจีนช่วงนี้ KTAM ขอนำเสนอกองทุนเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า เอแชร์ อิควิตี้ ฟันด์ (KT-Ashares), กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (KT-CHINA) และกองทุนเปิดเคแทม ไชน่า บอนด์ ฟันด์ (KT-CHINABOND)

โดยกองทุน KT-Ashares มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz Global Investors Fund - Allianz China A-Shares (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) "PT" ในสกุลเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนโดยเน้นการเติบโตของมูลค่าเงินทุนระยะยาวจากการลงทุนในตลาดหุ้น A-Shares ของจีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน และ กองทุน KT-CHINA เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class D เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนรวมสูงสุด โดยลงทุนอย่างน้อย 70% ของสินทรัพย์รวมของกองทุน ในบริษัทที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีน นอกจากนี้ ทั้ง 2 กองทุนยังได้เปิดให้นักลงทุนได้ลงทุนในชนิดหน่วยลงทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ได้แก่ กองทุนรวม KT-Ashares RMF และ กองทุนรวมKT-CHINA RMF เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย

สำหรับกองทุน KT-CHINABOND มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF China Bond Fund (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) "D2" ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนอย่างน้อย 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในหลักทรัพย์ที่โอนสิทธิได้ประเภทตราสารหนี้ในสกุลเงินหยวน หรือตราสารสกุลเงินท้องถิ่นที่ไม่ใช่ประเทศจีนที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSF และ RMF / กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน / รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา: บริษัท คิธ แอนด์ คิน คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ คอนซัลแตนท์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๕:๔๘ บางจากฯ รับรางวัลมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ของสภาอุตสาหกรรม
๑๕:๐๕ เยี่ยมชมระบบคลังสินค้า บริษัท GP Autoparts
๑๕:๒๕ งานวิจัยเดลล์ เทคโนโลยีส์ชี้ ภาคธุรกิจถือคนทำงานในฐานะสินทรัพย์สำคัญสูงสุด ในการขับเคลื่อนโครงการปฏิรูปทางดิจิทัล
๑๕:๑๓ Lazada วันนี้คุณมีนัดตรวจสุขภาพ! 10.10 วันเดียวเท่านั้น
๑๕:๕๖ ดี-แลนด์ กรุ๊ป ปั้นนักธุรกิจรุ่นใหม่
๑๔:๐๙ 10 ตุลาคมนี้.ฟินขั่นสุดกับ 2Moons The Ambassador เดือนเกี้ยวเดือนซีซั่นสุดท้ายทางอมรินทร์ทีวี
๑๔:๔๖ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ คว้ารางวัล ประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น
๑๕:๐๕ วิศวะมหิดล ขยายบ่มเพาะวิศวกรผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ป้อนตลาด.รองรับฮับอาเซียน และ FTA ภาษีนมเป็นศูนย์
๑๕:๑๔ Shopee 10.10 Health Check-up! ตรวจสุขภาพกันเถอะ
๑๕:๓๓ 3 เด็กเก่ง SPU สุดเจ๋ง! ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทย ร่วมโครงการ APEC Voices of the Future 2022