L&E อวดงบ Q2/65 สดใส กำไรโต 119% รายได้อยู่ที่ 826 ลบ. ชี้ H2/65 โตต่อเนื่อง กอดงานในมือแน่น 1,200 ลบ. รับรู้รายได้เกือบทั้งหมดปีนี้

พุธ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ ๐๙:๐๒
L&E ยิ้มรับผลงาน Q2/65 สดใส มีกำไรพุ่ง 119% มีรายได้จากการขายและให้บริการ 826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% หนุนครึ่งปีแรกผลประกอบการได้แรงส่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดยอดขายโต 2 Digits หลังกอด backlog ในมือแน่นถึง 1,200 ล้านบาท เตรียมทยอยรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในปีนี้ และการเปิดตัวธุรกิจใหม่ "L&E Beyond" บุกตลาด Entertainment Technology จำหน่ายและให้บริการระบบแสง-เสียง-ภาพ สำหรับธุรกิจบันเทิง จะเข้ามาเสริมแกร่งรายได้โตจากปีก่อน 10-15%
LE อวดงบ Q2/65 สดใส กำไรโต 119% รายได้อยู่ที่ 826 ลบ. ชี้ H2/65 โตต่อเนื่อง กอดงานในมือแน่น 1,200 ลบ. รับรู้รายได้เกือบทั้งหมดปีนี้

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์แสงสว่างรายใหญ่ของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยถึง ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 คาดว่ายอดขายจะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากงานในมือ (backlog) อยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้เกือบทั้งหมด ขณะที่กำลังซื้อจากผู้ประกอบการต่าง ๆ เริ่มกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้านมาตรการป้องกันโควิดที่ผ่อนคลายจากภาครัฐ พร้อมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และวางยอดขายของบริษัทในปีนี้คาดจะเติบโตราว 10-15% จากปีที่ผ่านมา

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ในประเทศยังเติบโตดี แม้ปัจจัยกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ อีกทั้ง มีแรงกดดันจากต้นทุนสินค้า วัตถุดิบนำเข้า อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่ยอดขายงานโครงการซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้สำคัญของ L&E ยังคงปรับตัวดีขึ้น โดยผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ามีการปรับปรุงและเปิดตัวโครงการใหม่ มองว่าในช่วงหลังจากนี้ ทิศทางอุตสาหกรรมและการประมูลงานในประเทศจะกลับมามีปริมาณที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อบริษัทฯ ให้เร่งเดินหน้าเติม Backlog ในอนาคต ส่วนงานในต่างประเทศ ยังคงต้องจับตา ด้วยเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ส่อแววมีความเสี่ยง ได้รับผลกระทบทางลบจากสงครามยูเครนและสภาพเงินเฟ้อในประเทศที่สูงขึ้น อาจจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี ล่าสุดบริษัทฯ ได้แตกไลน์ธุรกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ "L&E Beyond" เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้บริการงานโปรดักชั่น (Production Solution Provider) แบบครบวงจร ให้บริการทั้งระบบแสง เสียง ภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัยกลุ่ม Entertainment Tech แก่ธุรกิจด้านบันเทิง อาทิ งานละคร งานถ่ายรายการโทรทัศน์ งานถ่ายทำ Music Video งานคอนเสิร์ต งานนิทรรศการแบบครบวงจร ต่อยอดจุดแกร่งของบริษัทฯ ที่เป็นผู้นำบริการแสงสว่างมาตรฐานสากลครบวงจร (Total Lighting Solution Provider) และมีโรงงานผลิตโคมไฟและหลอดไฟคุณภาพสูงสำหรับงานโครงการอยู่แล้ว ทั้งนี้ มองว่าธุรกิจใหม่จะเป็นอีกช่องทางที่จะสนับสนุนรายได้ของบริษัทฯ ให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมภาพลักษณ์ไปสู่ tech company ตอบรับ องค์กรสำหรับศตวรรษที่ 21

"ประเมินว่าธุรกิจบันเทิงมีโอกาสฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง Post-COVID-19 สังเกตได้จากความต้องการใช้งานระบบไฟสำหรับงานโปรดักชั่นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 สนับสนุนให้ยอดขายในกลุ่มดังกล่าวเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวจากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 โดย L&E ให้บริการจอภาพ LED แก่กลุ่มลูกค้ารีเทลรายใหญ่จำนวนมาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจระบบเสียงคุณภาพ รวมไปถึงยังได้ร่วมเป็นพันธมิตรเรียนรู้ และร่วมงานกับบริษัทเทคโนโลยีสื่อบันเทิงที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา เมื่อผนึกความแข็งแกร่งของทุกระบบเข้าด้วยกัน เราจึงมองเห็นโอกาสอันดีที่จะเปิดตัวธุรกิจใหม่เพื่อให้บริการแบบครบวงจร เติมเต็มระบบนิเวศหรืออีโคซิสเทมของการบริการงานระบบในธุรกิจบันเทิง พร้อมทั้งช่วยยกระดับ มาตรฐานคุณภาพงานบันเทิงไทยให้สูงขึ้นด้วยเทคโนโลยี" นายอนันต์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการ 826 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 197 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31% เป็นผลจากรายได้จากการขายและให้บริการของงานโครงการเพิ่มขึ้น 145 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 45% และงานขายส่ง/ขายปลีกเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% ส่วนงานขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากงานขายโครงการ และงานขายส่ง/ขายปลีก เป็นผลจากการเลื่อนส่งมอบงานของหลายโครงการจากปีที่แล้วมาเป็นไตรมาส 2 ปีนี้ รวมทั้งบริษัทห้างร้านต่าง ๆ เริ่มปรับตัวให้สามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ส่งผลให้มีการขยายหรือปรับปรุงกิจการเพิ่มมากขึ้น ส่วนการเพิ่มขึ้นของงานขายต่างประเทศ เป็นผลจากรายได้จากการขายสินค้าไปให้ลูกค้าปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 61 ล้านบาท

บริษัทฯ มีผลกำไรสำหรับงวด 10.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 119% เป็นผลจากกำไรขั้นต้นจากการขายรวมรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 31.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% เป็นผลจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 31% แต่อัตรากำไรขั้นต้นได้ปรับตัวลดลงจาก 26.9% ในปี 2564 เป็น 24.3% ในปี 2565 สาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะวัตถุดิบและค่าระวางสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลงด้วย ในขณะที่บริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายของงานโครงการส่วนใหญ่ได้ เพราะเป็นราคาที่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย รวมทั้งในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ได้ขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 27.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16% เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามผลการดำเนินงาน และค่าเสื่อมราคา/ค่าบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นจากการนำเอาระบบ ERP ของ SAP มาใช้ รวมถึงค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากจากยอดขายที่สูงขึ้นและค่าน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเพราะยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย และภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 1.2 ล้านบาท

ที่มา: ไออาร์ พลัส

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๖:๕๗ MASTER โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช หนึ่งในผู้นำศัลยกรรมครบวงจรของไทย แต่งตัวเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ mai
๑๖:๕๘ คนรักสัตว์เลี้ยงห้ามพลาด !! มหกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงยิ่งใหญ่แห่งปี สมาร์ทฮาร์ท พรีเซนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท วาไรตี้ เอ็กซิบิชั่น ครั้งที่
๑๖:๑๕ เปิดงานสัมมนาเรื่อง ประมวลกฎหมายแรงงานไทย : พลิกโฉมทันยุคสู่สากล
๑๖:๐๖ เตรียมพบกับ OPPO A77s และ OPPO A17 สมาร์ตโฟนเต็มอิ่มทุกเอ็นเทอร์เทนเมนต์ คุ้มค่า ราคาโดนใจ
๑๖:๒๒ คิง เพาเวอร์ เร่งปลุกกำลังซื้อนักเดินทาง ฉลองการเดินทางครั้งใหม่ในงานครบรอบ 33 ปี
๑๖:๐๐ ไลออนเดลบาเซลขยายโรงงานผลิตตัวเร่ง มุ่งขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
๑๖:๐๖ ITNS ทีมบริหารขั้นเทพ
๑๖:๒๖ วช.ให้ทุนทีมเศรษฐศาสตร์ มช. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
๑๖:๓๖ วช.สนับสนุนนักวิจัย มก. พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
๑๖:๕๙ ทะลายปัญหาคอขวดของแพลตฟอร์มรวมศูนย์ด้วย Data Mesh