ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ไทยประกันชีวิตที่ 'A-' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

จันทร์ ๒๗ มีนาคม ๒๐๒๓ ๑๖:๔๕
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ 'A-' (หรืออยู่ในระดับ "แข็งแกร่ง") และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ของ TLI ที่ 'AAA(tha)' โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

อันดับเครดิตของ TLI สะท้อนถึงโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจประกันภัยที่ยังแข็งแรง (Favorable Company Profile) รวมทั้งระดับเงินกองทุนและผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของโครงสร้างเครดิตของบริษัทได้ถูกลดทอนไปบ้างจากความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และการลงทุน

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
โครงสร้างการดำเนินงานที่แข็งแรง: ฟิทช์ประเมินโครงสร้างการดำเนินงานของ TLI อยู่ในระดับแข็งแรง (favorable) ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ('favorable' business profile) และการมีบรรษัทภิบาลดี (moderate/favorable) เมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นภายในประเทศไทย ดังนั้นฟิทช์จึงให้อันดับคะแนนเครดิตที่ 'a-' ในด้านโครงสร้างการดำเนินงานในธุรกิจประกันภัย (company profile credit factor score) แก่ TLI ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาปัจจัยเครดิตของฟิทช์ (credit factor scoring guideline)

TLI ยังคงเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในประเทศไทย โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 14% ในด้านเบี้ยประกันชีวิตรวม ณ สิ้น ปี 2565 บริษัทมีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีความหลากหลาย ทั้งในส่วนของประกันชีวิต ประกันออมทรัพย์ ประกันสุขภาพ และประกันเพื่อการลงทุน อีกทั้งมีช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ผ่านเครือข่ายตัวแทนขายประกันชีวิตมากว่า 24,000 รายและธนาคารพาณิชย์ในประเทศหลายแห่ง รวมถึงการขายผ่านนายหน้า โดยเบี้ยประกันชีวิตรวมของบริษัทในปี 2565 มาจากช่องทางตัวแทนฯ ประมาณ 70% ธนาคาร 20% และช่องทางอื่นๆ 10%

ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง: บริษัทมีระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมาย (Risk-based capital ratio) ที่ระดับ 420% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 140% มาก ทั้งนี้ฟิทช์ได้ประเมินฐานะเงินกองทุนของบริษัท ด้วย Prism Model ของฟิทช์ จากข้อมูลการเงิน ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งฐานะเงินกองุทนของบริษัทปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 'แข็งแกร่งมากที่สุด' ('Extremely Strong') จากเดิมที่ระดับ 'แข็งแกร่งมาก' ('Very Strong') ในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าระดับที่ฟิทช์คาดการณ์ไว้เทียบกับอันดับเครดิต ณ ปัจจุบันของบริษัท

ผลประกอบการที่สม่ำเสมอ: บริษัทยังคงมุ่งเติบโตในธุรกิจที่มีความอ่อนไหวกับอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงนัก และมีอัตรากำไรที่ดีและค่อนข้างมั่นคง โดยในปี 2565 บริษัทมีอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 3 ปีในช่วงปี 2563 - 2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก ผลิตภัณฑ์คุ้มครองและสุขภาพที่มีอัตรากำไรดี ในขณะที่สัดส่วนประกันสะสมทรัพย์ที่มีการรับประกันผลตอบแทนสูงปรับตัวลดลง ซึ่งจะทะยอยเปลี่ยนถ่ายไปสู่ประกันแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล อีกทั้งบริษัทยังมีกลยุทธ์การปรับราคาเบี้ยประกันที่มีประสิทธิภาพดี

อัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง: อัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของ TLI ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 187% ณ สิ้นปี 2565 จาก 212% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรับสูงขึ้นเนื่องจากการเพิ่มทุนจำนวน 1.33 หมื่นล้านบาท หลังจากการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2565 และกำไรจากการดำเนิน สินทรัพย์เสี่ยงของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในตราสารหุ้นและตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตสากลต่ำกว่าระดับลงทุน (investment grade) รวมถึงเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงซึ่งได้ถูกนำไปคำนวณความเสี่ยงที่ 15% ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ อย่างไรก็ตามอัตราส่วนดังกล่าว ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับคาดการณ์ของฟิทช์สำหรับบริษัทประกันชีวิตที่มีอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลที่ช่วงระดับ 'A' (category) และสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และการลงทุน

สภาพคล่องที่ดี: TLI ยังคงมีระดับสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอ โดยบริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ และเงินฝากธนาคาร ที่สูงกว่า 80% ของพอร์ทเงินลงทุน ณ สิ้นปี 2565 ทั้งนี้บริษัทยังมีความแตกต่างระหว่างอายุสินทรัพย์และหนี้สิน (Duration Gap) ที่ลดลงและต่ำกว่า 1 ปี ณ สิ้น ปี 2565 จากการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (IFS Rating) และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating)

  • การปรับตัวลดลงของอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (RBC) มาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 280% และการปรับตัวแย่ลงของระดับเงินกองทุนของบริษัทซึ่งวัดจากแบบจำลอง Prism Model ของฟิทช์ลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า "ระดับแข็งแกร่ง" เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
  • การปรับตัวลดลงของความสามารถในการทำกำไรซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำกว่า 6.5% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง และมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (value of new business) ที่ลดลง เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (IFS Rating)

  • หากบริษัทมีขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและมีการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกิจมากขึ้น ด้านการกระจายตัวเชิงภูมิศาสตร์ที่ดีขึ้น และช่องทางการขายที่มีความหลากหลาย และ
  • การรักษาระดับเงินกองทุนของ TLI ให้ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
    อัตราความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating)
  • อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศของ TLI ไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศที่อยู่ในอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg

ที่มา: ฟิทช์เรทติ้งส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๒ ก.ค. ทีม PropBea 4 นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย คว้าทุนทำธุรกิจ 1 แสนบาท
๑๒ ก.ค. Thailand Coffee Fest 2024 คอมมูนิตี้กาแฟไทยที่เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชั่น ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ และความหอมกรุ่นของกาแฟไปกับเรา ตั้งแต่วันนี้-14 ก.ค. อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 - 8
๑๒ ก.ค. กรมอนามัย-กทม. ยกระดับ Street Food การันตีป้าย SAN Plus ตลาดซอยอารีย์ 1 แห่งแรก
๑๒ ก.ค. กปภ. เตือนประชาชนระวังลิงก์ปลอม หลอกให้อัปเดต PWA Plus Life
๑๒ ก.ค. สจล.ร่วมกับสถาบัน Fraunhofer IMW เยอรมนี สร้างความร่วมมือด้านงานวิจัย เพิ่มโอกาสการศึกษา พร้อมดัน ต้นธูปฤาษี สู่นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง
๑๒ ก.ค. ที ลีสซิ่ง เดินหน้าโครงการ ที ลีสซิ่ง เปื้อนยิ้ม เพิ่มห่วงใย มุ่งยกระดับความปลอดภัย บนท้องถนน ตรวจสภาพรถฟรี สัญจร ตลาดไท
๑๒ ก.ค. โก โฮลเซลล์ เปิดโลก แซลมอน-เทราต์ ชูความหลากหลาย ปลา(สี)ส้ม เมนูฮิตสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร
๑๒ ก.ค. สจล.ร่วมกับสถาบัน Fraunhofer IMW เยอรมนี สร้างความร่วมมือด้านงานวิจัย เพิ่มโอกาสการศึกษา พร้อมดัน ต้นธูปฤาษี สู่นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง
๑๒ ก.ค. หุ้นกู้ WEH ครั้งที่ 1/67 เปิดจองวันแรก กระแสตอบรับดี สถาบัน-รายใหญ่เชื่อมั่น
๑๒ ก.ค. ก.ล.ต. เดินหน้าผลักดันการลงทุนอย่างยั่งยืนและการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศของกองทุน เน้นย้ำให้ระดับบริหารของ บลจ. ขับเคลื่อนการนำ ESG