WHAUP ประกาศแผนธุรกิจเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ลุยขยายพอร์ตพลังงานแตะ 1,000 เมกะวัตต์ อัดงบลงทุน 5 ปี 21,200 ล้านบาท

พฤหัส ๐๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ๑๔:๓๕
บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เปิดแผนปี 2567 เดินหน้าการลงทุนขานรับนโยบายดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ สร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกาศขยายกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมแตะ 1,000 เมกะวัตต์ พร้อมอัดงบลงทุน 5 ปี 21,200 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติรวม 5 ปี (2567-2571) ที่ 30,000 ล้านบาท หนุน EBITDA Margin ให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 50%
WHAUP ประกาศแผนธุรกิจเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ลุยขยายพอร์ตพลังงานแตะ 1,000 เมกะวัตต์ อัดงบลงทุน 5 ปี 21,200 ล้านบาท

นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยถึงแผนการขยายธุรกิจในปี 2567 ว่า บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจการลงทุนผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนจากการต่อยอดธุรกิจทั้งภายใน และภายนอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึง การมองหาโปรเจกต์การลงทุนใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ และส่วนแบ่งกำไรปกติรวม 5 ปี (2567-2571) ที่ 30,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งงบลงทุนภายใน 5 ปี ข้างหน้าไว้ที่ 21,200 ล้านบาท และยังคงรักษาอัตรากำไร EBITDA margin ที่ระดับไม่น้อยกว่า 50% ผ่านแผนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจดังนี้

ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในปี 2566 บริษัทฯ มีปริมาณยอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยรวม 121 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นการเติบโต 4% โดยมาจากปริมาณยอดจำหน่ายน้ำดิบ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณยอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำในเวียดนาม อยู่ที่ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 18% สำหรับปี 2567 บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายการให้บริการและเพิ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำทั้งหมดที่จำนวน 178 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นยอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำภายในประเทศจำนวน 142 ล้านลูกบาศก์เมตร และในประเทศเวียดนามจำนวน 36 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 14% พร้อมทั้งยังเดินหน้าพัฒนา Smart Water Platform ด้วยการนำ Artificial Intelligence (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ และมองหาโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ อาทิเช่น โซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการโรงผลิตน้ำและโรงบำบัดน้ำเสียต่างๆ ที่จะเริ่มทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมในปีนี้ อาทิเช่น โครงการในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHA IER) ซึ่งคาดว่าจะมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาส 2/2567 และโครงการส่วนขยายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (WHA Rayong 36) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงไตรมาส 4/2567 โดยโครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิตรวมกว่า 8.8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมองหาแหล่งน้ำดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดหาน้ำ และรองรับการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการใช้น้ำของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ

ธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน โดยในปี 2566 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการเซ็นสัญญาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) กับลูกค้าอุตสาหกรรม (Private PPA) เพิ่ม 42 สัญญา หรือเท่ากับ 50 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สิทธิ์เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 จำนวน 5 โครงการ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2566 บริษัทฯ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 858 เมกะวัตต์ สำหรับปี 2567 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามสัญญาแล้วจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทเป็น 1,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 17% จากปีก่อน ซึ่งจะประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 453 เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ Private PPA จำนวน 283 เมกะวัตต์

นอกจากนี้บริษัทฯ วางแผนและทิศทางการดำเนินธุรกิจเพื่อเดินเกมรุกในการพัฒนานวัตกรรม และโซลูชันพลังงาน อาทิ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) รวมทั้งการทำดีล M&A ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้

"WHAUP ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในรูปแบบต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเน้นการใช้นวัตกรรมโซลูชันต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ AAA ซึ่งเป็นเรทติ้งระดับสูงสุด และได้รับรางวัล Commended Sustainability Awards จากเวที SET Awards 2023 ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี" นายสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: มีเดีย แพลนเนอร์ คอนซัลแทนท์

WHAUP ประกาศแผนธุรกิจเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ลุยขยายพอร์ตพลังงานแตะ 1,000 เมกะวัตต์ อัดงบลงทุน 5 ปี 21,200 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๙ ก.ค. กรุงไทยคว้ารางวัล ธนาคารยอดเยี่ยมด้านสินเชื่อบุคคลแห่งปี 2567 ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้าตรงจุด
๑๙ ก.ค. NCP เนื้อหอม เปิดจอง IPO วันแรก กระแสตอบรับดีเกินต้าน
๑๙ ก.ค. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับ Gen Z: โอกาสและความท้าทายในยุคใหม่
๑๙ ก.ค. BDI เปิดเวที connect-the-dots #1: DATA-DRIVEN SUCCESS for SMEs ชี้ทางรอดผู้ประกอบการไทยด้วยการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจ
๑๙ ก.ค. MOUAWAD ร่วมกับ CI Talks ประกาศผล สาวงามผู้ชนะ Gold Winner 3 ท่าน จากโครงการ Voice for Change
๑๙ ก.ค. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 169
๑๙ ก.ค. ก.แรงงาน เสริมศักยภาพ 540 อาสาสมัครแรงงาน ผู้นำบริการแรงงานสู่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
๑๙ ก.ค. TCDC เตรียมพร้อมเปิดบริการใหม่ 'Creative Lab' พื้นที่ปฏิบัติการต่อยอด Empowering Local Stories ของประเทศ
๑๙ ก.ค. คณะการท่องเที่ยวฯ DPU จับมือ บสย.จัดงานเสวนา Start Street Food สู่ธุรกิจ 200 ล้าน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เฮียนพ จากพ่อค้าขายหมูปิ้งข้างทาง
๑๙ ก.ค. โก โฮลเซลล์ สนับสนุนการคัดแยกขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งมอบถังขยะให้เทศบาลตำบลราไวย์ วางแหล่งท่องเที่ยว-ชุมชนสำคัญ