เต็ดตรา แพ้ค จับมือเหล่าพันธมิตร ร่วมบริจาควัสดุก่อสร้างรีไซเคิล ช่วยเหลือโรงเรียนและบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัยในนราธิวาส

จันทร์ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ๑๒:๕๒
เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก พร้อมด้วยพันธมิตรโครงการเก็บกล่องสร้างบ้านเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ร่วมกันบริจาควัสดุก่อสร้างรีไซเคิลแก่โรงเรียนและผู้ประสบภัยในจังหวัดนราธิวาสที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยนำทีมส่งมอบแผ่นหลังคา วงกบประตู และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ที่จำเป็น ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 19 หมู่บ้านของอำเภอสุคิริน และโรงเรียนราชพัฒนาในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
เต็ดตรา แพ้ค จับมือเหล่าพันธมิตร ร่วมบริจาควัสดุก่อสร้างรีไซเคิล ช่วยเหลือโรงเรียนและบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัยในนราธิวาส

กิจกรรมสาธารณประโยชน์ครั้งนี้ ทั้งเต็ดตรา แพ้ค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บริษัทอีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด และพันธมิตรอื่น ๆ ของโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ได้ร่วมกันบริจาควัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่จำเป็นในการก่อสร้างและฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนและโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยในพื้นที่อำเภอสุคิริน ได้ร่วมบริจาคหลังคา 418 แผ่นและวงกบประตู 57 ชุด และสำหรับโรงเรียนราชพัฒนา ร่วมบริจาคหลังคา 45 แผ่น อิฐอีโค่บล็อก 400 ก้อน และแผ่นไม้อีโค่เพื่อใช้ในการก่อสร้างโต๊ะและเก้าอี้ในโรงอาหารของโรงเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการรีไซเคิลอย่างบริษัทแอดวานซ์ แมท จำกัด และ บริษัทเอ็ม.บี.เจ.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่สนับสนุนการผลิตแผ่นหลังคาและวงกบประตูรีไซเคิลตามลำดับ สะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจจากหลายฝ่ายในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้แก่ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ยังได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาทแก่โรงเรียนราชพัฒนาเพื่อการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนเพิ่มเติมอีกด้วย

กิจกรรมครั้งนี้มิใช่เพียงการบริจาคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่านั้น หากเป็นการวางพื้นฐานการดำรงชีวิตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของชุมชนที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับผลกระทบที่ได้รับจากพิบัติทางธรรมชาติ โดยเต็ดตรา แพ้ค และกลุ่มพันธมิตร ได้ผนึกกำลังอย่างมุ่งมั่นเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ของชุมชน และสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนในการฟื้นฟูกำลังใจในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัย

อาสาสมัครจากทั่วประเทศซึ่งร่วมระดมกำลังกับโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมและนำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมาแปรรูปใหม่ให้เป็นทรัพยากรอันมีค่า ซึ่งวัสดุก่อสร้างที่ได้จากการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์แห่งพลังใจและความพยายามร่วมกันในการช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนและโรงเรียนราชพัฒนาด้วยวัสดุที่ยั่งยืน และส่งเสริมแนวทางการสร้างสรรค์ชุมชนชาวนราธิวาสให้มีความยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลงได้มากยิ่งขึ้น

นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า "ภัยพิบัติทางภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นอย่างไม่ทันตั้งตัว และจังหวัดนราธิวาสก็เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบนี้ เนื่องจากมูลนิธิของเรามีภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การร่วมมือกับเต็ดตรา แพ้ค ในโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ช่วยให้เราสามารถขยายขอบเขตการสนับสนุนการบรรเทาภัยพิบัติในครั้งนี้ได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือจากเหล่าพันธมิตรและอาสาสมัครทุกคนในโครงการนี้"

"นับเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่เราที่ได้สนับสนุนการฟื้นฟูหมู่บ้านและโรงเรียนราชพัฒนาด้วยวัสดุที่จำเป็นในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกของประชาชน" นายปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "โครงการเก็บกล่องสร้างบ้านทำให้ความมุ่งมั่นของเราในการนำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมาใช้เป็นวัสดุใหม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กลายเป็นวัสดุโครงสร้างที่ใช้งานได้จริง ทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังมอบความความช่วยเหลือที่มีค่าแก่ผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เราขอขอบคุณอาสาสมัครทุกท่านเป็นอย่างสูงสำหรับการอุทิศตนอย่างมุ่งมั่นในการช่วยเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง"

"พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณกลุ่มบริษัท บีเจซี บิ๊กซี บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จุดเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มทั่วประเทศ การสนับสนุนของทุกองค์กรล้วนมีความสำคัญต่อภารกิจของเรา และสำหรับอาสาสมัครทุกท่าน คุณคือแกนหลักสำคัญของกิจกรรมบริจาคในครั้งนี้ และขอถือโอกาสเชิญชวนให้ทุกคนร่วมส่งกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วมารีไซเคิลและสนับสนุนในกิจกรรมจิตอาสาให้มากยิ่งขึ้น"

"ภารกิจของเราคือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมเชิงบวกในประเทศไทย และร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลังในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ" นายสมยศ วัฒน์พาณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทอีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด กล่าว "เราส่งเสริมความสำคัญของการรีไซเคิลผ่านการแปรรูปวัสดุใช้แล้วให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประโยชน์ โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถนำไปช่วยเหลือชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนดังเช่นผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนราธิวาสได้"

โครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเพื่อนำมาแปรรูปเป็นวัสดุก่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เช่น แผ่นหลังคา แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ ผนัง วงกบประตูและกรอบหน้าต่าง หลังจากนั้นจึงส่งมอบวัสดุเหล่านั้นเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้คนที่กำลังตกอยู่ในความยากลำบากในประเทศไทย

ที่มา: Midas PR

เต็ดตรา แพ้ค จับมือเหล่าพันธมิตร ร่วมบริจาควัสดุก่อสร้างรีไซเคิล ช่วยเหลือโรงเรียนและบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัยในนราธิวาส

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๒๖ ม.ศรีปทุม เตรียมรับนักศึกษาจีน! คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ SPU ต้อนรับและหารือ สถาบันการศึกษาจีน แผนรับนศ.จีนเข้าเรียน
๑๗:๑๖ UAC รุกพัฒนาโรงไฟฟ้าภูผาม่าน - โรงงานผลิต RDF3 ปั้นรายได้ปีนี้โตมากกว่า 15% - EBITDA แกร่งแตะ 20%
๑๗:๓๐ เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) เบอร์ 1 ซอสพริกส่งออกของไทย เฉิดฉายในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2024
๑๗:๒๐ LVMH ขยายความร่วมมือกับ Alibaba สร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์ค้าปลีกผลิตภัณฑ์หรูในจีน
๑๗:๐๐ ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) เปิดจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 4-10 มิ.ย.นี้ ต่อยอดขยายอาณาจักรโรงพยาบาล คาดผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิเต็มจำนวน
๑๗:๕๒ กทม. ตั้งเต็นท์ศาลาที่พักผู้โดยสารชั่วคราวหน้า รร. คลองทวีวัฒนา ก่อนของบสร้างถาวรเพิ่มเติม
๑๗:๒๒ กทม. เร่งตรวจสอบแก้ไขฝาบ่อตะแกรงเหล็กท่อร้อยสายทางเท้าถนนเยาวราช
๑๗:๒๕ Q2 รับสร้างบ้านภาคอีสาน-ใต้ทรงกับทรุดพีดีเฮ้าส์ ชูโนว์ฮาว-ประสบการณ์มืออาชีพแก้เกมส์แข่งเดือด
๑๗:๑๙ อีริคสันครองอันดับหนึ่งผู้นำตลาดโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G ในรายงาน Frost Radar(TM) เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน
๑๗:๕๔ IB Club ร่วมกับ FynnCorp ผสานต่อโครงการ Capital Market Case Competition 2024 เคสการแข่งขันตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกันกว่า 270,000