Cosmoprof CBE ASEAN 2024 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานเพิ่ม 26% ดันอาเซียนก้าวสู่ตลาดความงามชั้นนำในโลกทศวรรษหน้า

อังคาร ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๗ ๑๕:๑๙
ความสำเร็จของงาน Cosmoprof CBE ASEAN ครั้งที่ 3 ที่ปิดม่านลงไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ช่วยยกระดับให้ตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมความงามระดับโลก ด้วยจำนวนผู้ประกอบการร่วมงานกว่า 16,636 คน จาก 59 ประเทศครอบคลุมทุกภูมิภาค เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนถึง 26% สะท้อนถึงการเติบโตของฐานผู้บริโภคและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกที่เป็นตลาดสำคัญในเอเชีย อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 28% ก็เป็นตัวเลขที่ยืนยันถึงการยอมรับในงาน Cosmoprof CBE ASEAN ว่าเป็นงานแสดงสินค้าชั้นนำที่ตอบโจทย์ความต้องการในการเข้าถึงเทรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดอาเซียนและทั่วโลก
Cosmoprof CBE ASEAN 2024 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานเพิ่ม 26% ดันอาเซียนก้าวสู่ตลาดความงามชั้นนำในโลกทศวรรษหน้า

ตลอดช่วงเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นพื้นที่รวมตัวกันของผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการมืออาชีพ กว่า 1,500 แบรนด์และบริษัท จาก 18 ประเทศทั่วทุกภูมิภาค พร้อมด้วย 4 พาวิลเลียนจากประเทศจีน อิตาลี เกาหลีใต้ และไทย ที่ได้เข้ามาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ความงาม ทั้งกลุ่มของวัตถุดิบคุณภาพจนถึงกลุ่มสินค้าสำเร็จรูป สะท้อนภาพรวมใหญ่ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมความงามทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ต่าง ๆ ภายในงาน ผ่านเวทีสัมมนา การศึกษา รวมถึงเวทีการประชุม World SPA & Well-being Congress 2024, CosmoTalks และการสาธิต Cosmo Onstage โดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ และผู้ประกอบการด้านต่าง ๆ รวมกว่า 500 คน ที่เข้ามาร่วมสรุปข้อมูลเชิงลึก ความท้าทายต่าง ๆ ซึ่งสามารถต่อยอดสร้างโอกาสในตลาดความงามที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

เป็นศูนย์กลางสร้างเครือข่ายของผู้ซื้อชั้นนำและตัวแทนบริษัทด้านความงาม

Cosmoprof CBE ASEAN ได้เชิญผู้ซื้อ 337 รายจากประเทศไทย ภูมิภาคอาเซียน เอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง มาเข้าร่วมงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกโครงการสำคัญเพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อด้านธุรกิจกันระหว่างผู้จัดแสดงและผู้ซื้อชั้นนำที่กว่า 45% มาจากต่างประเทศ โดยแต่ละแบรนด์ได้จัดการพบปะ B2B กันแบบส่วนตัว ผ่านแพลตฟอร์ม Match&Meet ซึ่งการพบปะยังช่วยเพิ่มให้แต่ละฝ่ายได้แบ่งปันความรู้และ Know-how ด้านอุตสาหกรรมความงามของแต่ละท้องที่อีกด้วย

"แพลตฟอร์มจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์หรือ Match&Meet เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจกับแต่ละแบรนด์ความงาม ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถขยายตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนด้วยการพบกับลูกค้ากลุ่มใหม่" บรู๊ค เบอร์เก้ ผู้จัดการฝ่าย - จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม Ali Bin Ali (กาตาร์) กล่าว "การเข้าร่วม Cosmoprof CBE ASEAN เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เราได้มีโอกาสพูดคุยธุรกิจกับแบรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจหลายแบรนด์ โดยเฉพาะโอกาสในการได้ทำความรู้จักและพบปะกับแบรนด์ความงามจากในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย"

"ในฐานะผู้ซื้อที่มองหาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ สำหรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของเรา การเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเราได้พบกับผู้ผลิตรายใหม่ ๆ รวมถึงการพูดคุยที่มีประโยชน์มากมาย อีกทั้งนี่ยังเป็นโอกาสที่จะได้พบกับตลาดที่แตกต่างออกไป และช่วยให้เราเข้าใจในองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการทำตลาดในอาเซียน" จอร์เจีย เดล ฟาโบร ผู้ซื้อจาก Biofarma Group (อิตาลี) กล่าว

"Cosmoprof CBE ASEAN เป็นงานที่ยอดเยี่ยมและเกินความคาดหมายของเราอย่างมาก ทั้งการจัดงานและการดำเนินการที่ไร้ที่ติ รวมถึงมีผู้จัดแสดงจากหลายบริษัท ที่ช่วยกันสร้างเครือข่ายธุรกิจความงามในภูมิภาคที่ประเมินค่าไม่ได้ เราได้พบปะกับคู่ค้ารายใหม่ ๆ ซึ่งเราเชื่อว่ามีแนวโน้มที่ดีที่จะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต ขอชื่นชมทีมงานทั้งหมดสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าที่ยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมา" อัลเบิร์ต เหลียง ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ Mentholatum (Asia-Pacific) Limited (ฮ่องกง) กล่าว

"Buyer Program เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมและดึงดูดให้เรามาเข้าร่วมงานนี้" เจสท์ หว่อง กรรมการผู้จัดการ Westwood Clinic (มาเลเซีย) กล่าว "โดยรวมแล้วเราพอใจและสนุกกับงานอย่างมาก ในงาน เราได้เจอกับข้อมูลที่น่าสนใจและผู้ขายที่มีคุณภาพ และยังมีเรื่องเกินความคาดหมายที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์บางอย่างที่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอ อีกทั้งขนาดพื้นที่จัดของงานก็สมบูรณ์แบบ รวมถึงการบริการและการจัดการงานก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม"

แนวโน้มและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมความงาม

Cosmoprof CBE ASEAN 2024 มีการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะในภาพรวมของเทรนด์หลักในงานที่นำพาไปสู่การพัฒนาในอุตสาหกรรมความงามของภูมิภาคอาเซียน ทั้งการเติบโตของตลาดความงามทางการแพทย์และอาหารเสริม ซึ่งถือเป็นเทรนด์หลักของภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังมีการจัดพื้นที่แสดงสินค้าไฮไลต์ ทั้งในเรื่องเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทย, แบรนด์ไทยพรีเมี่ยม, การเข้าถึงรูปแบบความงามที่เป็นอัตลักษณ์ของไทย ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีเวที ที่ช่วยให้ผู้เล่นชั้นนำในอุตสาหกรรมได้มานำเสนอประสบการณ์และประสิทธิภาพของสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้กับผู้จัดแสดงที่เข้าร่วมงานในปี 2567 นี้อีกด้วย

"เป็นครั้งแรกที่เราเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN ที่กรุงเทพฯ" คาทาริน่า ปาเชโก้ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Scents from Nature (โปรตุเกส) ให้ความเห็น "ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหย เราพยายามเข้าสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งเราได้ผลตอบรับที่ดีและมีการติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าคุณภาพส่วนใหญ่ที่เราพบเจอ ไม่ได้มีเพียงแต่ประเทศไทย แต่ยังมาจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และออสเตรเลีย อีกด้วย"

"เราประทับใจคุณภาพระดับชั้นนำที่เราได้รับจากงาน Cosmoprof CBE ASEAN" กาเบรียล ราดูเลสคู ผู้จัดการฝ่ายขาย Of The Islands (เนเธอร์แลนด์) กล่าว "ในฐานะที่มาเป็นผู้จัดแสดงสินค้าครั้งแรก เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ผลตอบรับที่ดีขนาดนี้ ซึ่งการมาที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตและต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพใหม่ ๆ ช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นที่ตอบโจทย์ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN  ในฐานะผู้ผลิตคุณภาพจากภาคส่วนงานสปาและสุขภาพ"

"การเข้ามามีส่วนร่วมในงาน Cosmoprof CBE ASEAN สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับบริษัทอย่างมาก และเรายังได้รับความสนใจที่เกินความคาดหมายอีกด้วย" อลิซ โทนิเนลลี ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Beauticon Valley Holding (อิตาลี) กล่าว "เราได้รับการติดต่อจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เราได้รับประสบการณ์ที่มีคุณภาพ และยังช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้เราในตลาดที่เข้าถึงได้ยาก อาทิ บรูไน เนปาล และอาเซอร์ไบจาน"

"หลังจากเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN สองปีติดต่อกัน เรารู้สึกได้ถึงความเป็นมืออาชีพของผู้เข้าร่วมงานที่มีมากขึ้น" เคลลี่ เฉิง ผู้ก่อตั้ง High's Personal Care Products Limited (จีน) กล่าว "ที่งานนี้ เราได้พบกับลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และดูไบ รวมไปถึงผู้ซื้อชั้นนำจากฝรั่งเศส ซึ่งเราคาดหวังว่าจะได้พบปะเพิ่มเติมกับลูกค้าเหล่านี้เพื่อสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นต่อไป"

ตลาดความงามของภูมิภาคอาเซียนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน บนพื้นที่กว่า 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร พร้อมมีจุดแข็งด้านเศรษฐกิจจากข้อตกลงการค้าเสรีกับ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง ซึ่งประเทศไทย ที่เป็น 1 ใน 10 ประเทศสมาชิกในอาเซียน นับเป็นประเทศที่มีผู้ผลิตในอุตสาหกรรมความงามมากที่สุดในภูมิภาค โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม OEM/ODM และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตให้กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามในตลาดหลัก เช่น จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เนื่องจากข้อเสนอทางการค้าระยะเวลาสูงสุดถึง 8 ปี ที่รัฐบาลไทยนำเสนอต่อแบรนด์สำอาง ด้วยการได้เข้าถึงส่วนผสมและวัตถุดิบคุณภาพสูงได้ง่าย และต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

ภูมิภาคอาเซียนจึงถูกคาดว่าจะยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดต่อเนื่องถึงทศวรรษข้างหน้า โดยสำหรับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียนอยู่แล้ว มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตลาดเกิดใหม่ชั้นนำระดับโลก โดยมี GDP คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เป็น 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 ด้านประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ก็คาดว่าจะเข้าร่วมเป็นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญภายในปี 2578 นอกจากนี้ ประเทศมาเลเซีย ก็กำลังจะกลายเป็นตลาดเศรษฐกิจขั้นสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมี GDP ต่อหัวประมาณ 26,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 ด้วยเหตุนี้ อาเซียน รวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่และอินเดีย จึงถูกนับว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในทศวรรษหน้า

ก้าวสู่งาน Cosmoprof CBE ASEAN 2025

หลังจากความสำเร็จของงานในปี 2024 นี้ Cosmoprof CBE ASEAN หวังที่จะต้อนรับผู้ประกอบการความงามจากอเซียนและทั่วโลกอีกครั้งในปี 2025 ซึ่งการจัดแสดงสินค้าในที่ 4 จะถูกจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 - 27 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, กรุงเทพฯ

ที่มา: FourHundred

Cosmoprof CBE ASEAN 2024 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานเพิ่ม 26% ดันอาเซียนก้าวสู่ตลาดความงามชั้นนำในโลกทศวรรษหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๙ ก.ค. กรุงไทยคว้ารางวัล ธนาคารยอดเยี่ยมด้านสินเชื่อบุคคลแห่งปี 2567 ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้าตรงจุด
๑๙ ก.ค. NCP เนื้อหอม เปิดจอง IPO วันแรก กระแสตอบรับดีเกินต้าน
๑๙ ก.ค. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับ Gen Z: โอกาสและความท้าทายในยุคใหม่
๑๙ ก.ค. BDI เปิดเวที connect-the-dots #1: DATA-DRIVEN SUCCESS for SMEs ชี้ทางรอดผู้ประกอบการไทยด้วยการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจ
๑๙ ก.ค. MOUAWAD ร่วมกับ CI Talks ประกาศผล สาวงามผู้ชนะ Gold Winner 3 ท่าน จากโครงการ Voice for Change
๑๙ ก.ค. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 169
๑๙ ก.ค. ก.แรงงาน เสริมศักยภาพ 540 อาสาสมัครแรงงาน ผู้นำบริการแรงงานสู่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
๑๙ ก.ค. TCDC เตรียมพร้อมเปิดบริการใหม่ 'Creative Lab' พื้นที่ปฏิบัติการต่อยอด Empowering Local Stories ของประเทศ
๑๙ ก.ค. คณะการท่องเที่ยวฯ DPU จับมือ บสย.จัดงานเสวนา Start Street Food สู่ธุรกิจ 200 ล้าน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เฮียนพ จากพ่อค้าขายหมูปิ้งข้างทาง
๑๙ ก.ค. โก โฮลเซลล์ สนับสนุนการคัดแยกขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งมอบถังขยะให้เทศบาลตำบลราไวย์ วางแหล่งท่องเที่ยว-ชุมชนสำคัญ