กรมอนามัย เน้นย้ำ "กินให้เป็น เล่นให้ดี" เสริมพัฒนาการและสมองเด็กไทย ผ่าวิกฤตเด็กติดจอ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ปกครองส่งเสริมการกินและการเล่นอย่างเหมาะสมตามวัย เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเด็กช่วงอายุ 2-6 ปี ซึ่งเป็นวัยสำคัญของการพัฒนาสมองและร่างกาย

Monday 12 January 2026 11:36
กรมอนามัย เน้นย้ำ "กินให้เป็น เล่นให้ดี" เสริมพัฒนาการและสมองเด็กไทย ผ่าวิกฤตเด็กติดจอ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียนเป็นช่วงวัยที่ร่างกายและสมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โภชนาการที่ดีจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ หากเด็กได้รับอาหารไม่เพียงพอหรือขาดสารอาหารที่จำเป็น อาจส่งผลให้มีภาวะผอม เตี้ย พัฒนาการทางสมองไม่เต็มศักยภาพ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในอนาคต กรมอนามัยแนะหลักการ "กินให้เป็น เล่นให้ดี" เพื่อส่งเสริมให้เด็กกินอาหารในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กเติบโตสมวัย มีรูปร่างสมส่วน และลดปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โดยเด็กควรได้รับประทานอาหารดีมีประโยชน์ ครบ 5 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว - แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และนม ตามปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงอายุ อาทิ เด็กอายุ 2 - 5 ปี ควรได้รับข้าว - แป้งประมาณ 1.5 ทัพพีต่อมื้อ และเนื้อสัตว์ 2 ช้อนกินข้าวต่อมื้อ ขณะที่เด็กอายุ 6 - 11 ปี ควรได้รับข้าว - แป้งประมาณ 2 ทัพพีต่อมื้อ และเนื้อสัตว์ 3 ช้อนกินข้าวต่อมื้อ และเด็กอายุ 12 - 18 ปี ควรได้รับข้าว - แป้ง 3 ทัพพีต่อมื้อ เนื้อสัตว์ 4 ช้อนกินข้าวต่อมื้อ รวมถึงผัก ผลไม้ นมจืด 2 แก้ว/กล่อง และไข่ 1 ฟอง อย่างสม่ำเสมอในทุกวัน

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเล่นที่หลากหลาย เช่น การเล่นดินและทราย การปั้นดินน้ำมัน การเล่นบทบาทสมมุติ รวมถึงการเล่นกลางแจ้งและการปีนป่าย ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ เสริมทักษะการคิด การตัดสินใจ ภาษา และการเข้าสังคมตลอดจนช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การมีโภชนาการที่ดีและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยเสริมสร้างร่างกายและสมองให้แข็งแรง การกินและการเล่นจึงเป็นของคู่กัน โดยผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมกับลูกทั้งในมื้ออาหารและกิจกรรมการเล่น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการสมวัย พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาเด็กติดจอและใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในระยะยาว