นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า การลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน คือ โอกาสทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้ประชาชน "อยู่ได้ กินได้ และเติบโตได้"
ก้าวต่อไปของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ คือ การขับเคลื่อนสู่ "SARABURI SANDBOX SMART" ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือ ทรัพยากร เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และแรงงาน ให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Learn to Earn เพื่อสร้างโอกาสการทำงานและรายได้ในบ้านเกิด การพัฒนาเดินหน้าในกรอบ SMART ได้แก่ ความมั่นคงและยั่งยืน (Stable) การพัฒนาคนและการบริหารจัดการที่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ (Manpower & Management) ความสามารถในการปรับตัว (Adaptation) ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง (Resilience) และการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ควบคู่ความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต (Tangible / Transition)
นายบัญชา ระบุว่า ภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญของการทำงานในระยะต่อไป การขับเคลื่อนโครงการ จึงยึดหลัก S-M-A-R-T และการทำงานแบบ PPP ที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว เปรียบเสมือนระบบบริหารจัดการแบบไฮบริด เพื่อให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันในแนวคิด One Organization, One Plan, One Data
การดำเนินงานทั้งหมดมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีกิน มีใช้ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเดินหน้าไปพร้อมกับแผน NDC 3.0 ของประเทศ นี่คือบทเรียนเชิงเศรษฐกิจที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้" โมเดลการเปลี่ยนผ่านที่พิสูจน์แล้วว่า สามารถลดคาร์บอน ลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มรายได้ให้ชุมชน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในเวลาเดียวกัน