ฟากผู้บริหาร "เจษฎ์กรณ์ มงคลศรีสวัสดิ" มองทิศทางปี 2569 ดีพร้อมรับปัจจัยบวกรัฐบาลใหม่เร่งเครื่องลงทุน ดันดีมานด์เสาเข็ม-เสาไฟฟ้า
นายเจษฎ์กรณ์ มงคลศรีสวัสดิ กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงภายใต้เครื่องหมายการค้า "STEC" อาทิ เสาเข็ม เสาไฟฟ้า พร้อมให้บริการขนส่ง ตอกเสาเข็ม และรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างภาคเอกชน รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการแบบครบวงจร เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม
"ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทาย แม้ STECH จะเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการระบบหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเร่งลดหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายเจษฎ์กรณ์ กล่าว
จากผลของการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.20% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 12 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 นายเจษฎ์กรณ์ ประเมินว่า STECH จะยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนและการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้น
ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้เสาเข็มและเสาไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของ STECH ที่จะเข้ารับงานทั้งในโครงการภาครัฐและเอกชนที่จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
STECH มุ่งมั่นการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยการขับเคลื่อนด้าน ESG ทั้งการใช้ปูนคาร์บอนต่ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ลวดรักษ์โลก เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโลกในระยะยาว