PCE เร่งเครื่องปาล์มยั่งยืน จับมือ ม.อ.-อุทยานวิทย์ภาคใต้ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน RSPO-คาร์บอนเครดิตเชื่อมตลาดโลก

บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) จับมือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ลงนาม MOU พัฒนาเครือข่ายสหกรณ์และเกษตรกรปาล์มน้ำมันรายย่อยภาคใต้ ฟากผู้บริหาร "กิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล" ระบุ ช่วยยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล RSPO ครอบคลุมเกษตรกรมากกว่า 3,800 ราย พร้อมวางรากฐานระบบคาร์บอนเครดิต เชื่อมตลาดโลก สร้างรายได้ยั่งยืน และผลักดันเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของบริษัท

Monday 29 June 2026 11:19
PCE เร่งเครื่องปาล์มยั่งยืน จับมือ ม.อ.-อุทยานวิทย์ภาคใต้ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน RSPO-คาร์บอนเครดิตเชื่อมตลาดโลก

นายกิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับคณะนวัตกรรมเกษตร ประมง และอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ "การพัฒนาเครือข่ายสหกรณ์ตามมาตรฐาน RSPO เพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย" เพื่อร่วมกันส่งเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสวนปาล์มอย่างเป็นระบบ และพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรต้นน้ำให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ทั้งในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และความสมดุลทางเศรษฐกิจ

"การลงนามในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริม สนับสนุน กลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ที่มีศักยภาพสูง ประกอบด้วย ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด (ซึ่งมีสหกรณ์เครือข่ายรวม 18 สหกรณ์), วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่นิคมสหกรณ์พนม และสหกรณ์นิคมหลังสวน จำกัด, เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันยั่งยืนสุราษฎร์ธานี และเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืนจังหวัดสงขลา ให้สามารถผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO ยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และส่งผลให้ปัจจุบัน PCE มีภาคีเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรรายย่อยรวมทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยมากกว่า 3,800 ราย โดยตั้งเป้าผลักดันเกษตรกรรายย่อยในเครือข่ายให้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล RSPO ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 100,000 ไร่ ภายในปี 2570"

สำหรับโครงการดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการวางโครงสร้างระบบนิเวศการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อผลักดันและพัฒนาคาร์บอนเครดิตของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่ง PCE มุ่งจัดทำคาร์บอนเครดิตร่วมกับเกษตรกรรายย่อยแบบมีส่วนร่วมตั้งเป้าขอรับรองคาร์บอนเครดิตไม่น้อยกว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ปัจจุบันสามารถผลักดันวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันนิคมสหกรณ์พนมให้ได้รับการขึ้นทะเบียนมาตรฐาน Standard T-VER เป็นกลุ่มแรกของไทยสำเร็จแล้ว โดยมีการรับรองคาร์บอนเครดิต 50,469 ตันต่อปีและกำลังพัฒนายกระดับเป็น Premium T-VER เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มรายย่อยได้อย่างยั่งยืน และผลักดันให้ PCE บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจปาล์มน้ำมันรายแรกของไทยที่บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ผ่านกระบวนการขอรับรองคาร์บอนเครดิตและขยายฐานสู่ตลาดการค้าต่างประเทศ

PCE มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงตลาดในระบบห่วงโซ่อุปทาน โดยพร้อมสนับสนุนการรับซื้อผลปาล์มสดคุณภาพและคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) จากกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์เครือข่ายที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม เพื่อช่วยขจัดปัญหาความผันผวนด้านราคาและสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่แน่นอนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการสนับสนุนกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต เพิ่มอัตราผลผลิตต่อไร่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการสวนปาล์มอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรรายย่อยให้ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงจากสวนปาล์มภายใต้การดูแลของ PCE จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้คู่ค้าและลูกค้าของบริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และยังเป็นการป้องกันมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่กำลังตีกรอบเข้มงวดกับสินค้าส่งออก นอกจากนี้ ทิศทางของ PCE ยังสอดรับกับการเตรียมความพร้อมของภาครัฐ ที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีกลไกสำคัญคือการใช้ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และเตรียมขยายผลการเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) รวมถึงมาตรการป้องกันสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง