นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การพัฒนาทักษะด้าน EV ถือเป็นการเตรียมกำลังคนให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มโอกาสการมีงานทำ สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคตที่มุ่งสร้างแรงงานสมรรถนะสูงรองรับการลงทุนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งในประเทศและระดับสากล การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงเร่งพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะด้าน EV ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการแรงงานทักษะสูง ทั้งด้านระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และการบำรุงรักษา เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
อธิบดีสมาสภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ร่วมกันจัดฝึกอบรมในหลายจังหวัด อาทิ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (AHRDA) จังหวัดสมุทรปราการ เปิดหลักสูตร "การปฏิบัติการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า" และ "การซ่อมบำรุงและดัดแปลงจักรยานยนต์ไฟฟ้า" ขณะที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 สระบุรี เปิดอบรม "การซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า" ส่วนสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 34 กาญจนบุรี เปิดหลักสูตร "การบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ระบบไฟฟ้า" และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน เปิดหลักสูตร "การประกอบและซ่อมบำรุงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า" โดยทุกหลักสูตรเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพและต่อยอดสู่สายงาน EV ได้อย่างมั่นใจ
ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าวเปิดรับสมัครโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม สามารถสมัคร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 สระบุรี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 34 กาญจนบุรี และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 ได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สร้างโอกาสการมีงานทำ เพิ่มรายได้ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตต่อไป อธิบดีสมาสภ์ กล่าวในท้ายสุด