เจแอลแอล ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดตัว AIA Connect อย่างเป็นทางการ พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการบริหารจัดการอาคารกับ เอไอเอ ประเทศไทย

โครงการมิกซ์ยูสแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของเอไอเอ ประเทศไทย โดยเจแอลแอลได้รับการแต่งตั้งให้ส่งมอบบริการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าและประสิทธิภาพของสินทรัพย์ในระยะยาว

Thursday 23 July 2026 09:21
เจแอลแอล ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดตัว AIA Connect อย่างเป็นทางการ พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการบริหารจัดการอาคารกับ เอไอเอ ประเทศไทย

เจแอลแอล ประเทศไทย (NYSE: JLL) บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ร่วมแสดงความยินดีกับ เอไอเอ ประเทศไทย ในพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AIA Connect โครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์ก ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่กำลังเติบโตของ เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับประสบการณ์การทำงานระดับพรีเมียมในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ทางโซนเหนือของกรุงเทพฯ

การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ AIA Connect โครงการมิกซ์ยูสแห่งอนาคตที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เช่ายุคใหม่ ด้วยการผสานพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียม สิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ มาตรฐานด้านความยั่งยืน และเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อาคาร

AIA Connect ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียมสูง 27 ชั้น และยังมีพื้นที่ค้าปลีก 5 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,500 ตารางเมตร โครงการนี้ได้รับการออกแบบที่ผสานการทำงานและการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มีทั้งร้านกาแฟ ฟิตเนส ร้านค้าสะดวกซื้อ และบริการที่จำเป็นต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ทำงานคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย

เพื่อตอกย้ำถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยี AIA Connect ได้รับการรับรองมาตรฐานเบื้องต้น (Pre-certification) ในระดับ LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum

โครงการนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของ เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยอาคารชั้นนำอย่าง อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ (AIA Capital Center), อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ (AIA Sathorn Tower) และอาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ (AIA East Gateway) เมื่อรวมกันแล้วมีพื้นที่อาคารพาณิชย์ระดับพรีเมียมกว่า 425,000 ตารางเมตร ครอบคลุมย่านธุรกิจสำคัญและทำเลที่มีศักยภาพเติบโตทั่วกรุงเทพฯ เจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรผู้บริหารอาคารเอไอเอ คอนเน็ค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวของความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออาคารพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย

ด้วยการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร เจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับมอบหมายรับผิดชอบการบริหารจัดการงานปฏิบัติการภายในอาคาร งานวิศวกรรมและการบำรุงรักษา การดำเนินงานด้านความยั่งยืน กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารในระยะยาวและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้เช่า

"ในปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอาคารเพียงอย่างเดียว เจ้าของอาคารและผู้เช่าต่างคาดหวังความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน (Operational Excellence) ประสิทธิภาพด้านความยั่งยืน และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของผู้เช่าตลอดอายุการใช้งานของอาคาร " นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว "เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุน AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของสินทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ธุรกิจและผู้คนเติบโต"

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของในการส่งมอบมาตรฐานระดับสากลสำหรับสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม โดยรองรับทั้งความต้องการด้านการดำเนินงานในปัจจุบันและเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว

"สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย โครงการ AIA Connect สะท้อนวิสัยทัศน์ของเราที่มีต่ออนาคตของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ที่ผสานคุณภาพของสถานที่ทำงานระดับพรีเมียม ความยั่งยืน และการสร้างมูลค่าในระยะยาวเข้าไว้ด้วยกัน" นาย Eric Lu, Chief Investment Officer ของ AIA Thailand กล่าว "ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวและการเติบโตในอนาคตของ AIA Connect เราให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการบริหารจัดการอาคารที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทั้งในด้านความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ประสบการณ์ของผู้เช่า และการดูแลสินทรัพย์อย่างมีความรับผิดชอบ ประสบการณ์ของเจแอลแอลในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ระดับพรีเมียม และการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายของเราทั้งสำหรับ AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์โดยรวม"

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มของตลาดที่เจ้าของสินทรัพย์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น โดยมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินทรัพย์ สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และรักษาฐานผู้เช่าให้อยู่กับโครงการในระยะยาว

นายจักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ หัวหน้าฝ่ายบริหารอาคาร เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า "อาคารคุณภาพระดับสากลจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาประสิทธิภาพของอาคาร การปรับตัวให้สอดรับกับความคาดหวังของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการทำให้มั่นใจว่าอาคารจะยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีความซับซ้อนและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ เอไอเอ ประเทศไทย ในการสนับสนุนความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเอไอเอ ประเทศไทยทั้งหมด"

ปัจจุบัน เจแอลแอล ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการบริหารจัดการอาคารในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย อาคาร AIA Capital Center, AIA Sathorn Tower, AIA East Gateway และ AIA Connect ครอบคลุมพื้นที่อาคารรวม (Gross Floor Area) มากกว่า 425,000 ตารางเมตร

เจแอลแอล ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดตัว AIA Connect อย่างเป็นทางการ พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการบริหารจัดการอาคารกับ เอไอเอ ประเทศไทย