มาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ (MAHLE Lifecycle and Mobility) สนับสนุนให้อู่ซ่อมรถยนต์อิสระก้าวข้ามจากอู่ซ่อมแบบดั้งเดิมสู่การเป็นศูนย์บริการดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยแผนกชิ้นส่วนอะไหล่และบริการของบริษัทผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนและเทคโนโลยียานยนต์จากเมืองชตุทท์การ์ทรายนี้ กำลังพัฒนาระบบนิเวศแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ในอู่ซ่อม ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และระบบตรวจวิเคราะห์เข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด
หัวใจของระบบนี้คือ MAHLE Workshop Portal แพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ที่ทันสมัย รวบรวมข้อมูลทางเทคนิค โอกาสในการฝึกอบรม โซลูชันการซ่อมแซม และการสนับสนุนเฉพาะบุคคลไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ยังมี MAHLE Battery Workshop Support ที่จะช่วยให้อู่ซ่อมรถตัดสินใจซ่อมแบตเตอรี่แรงดันสูงได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และคุ้มค่า ส่วน MAHLE Mobile Service จะช่วยให้อู่ซ่อมรถมืออาชีพให้บริการนอกสถานที่แก่ลูกค้าทั่วไปหรือผู้ประกอบการฟลีตรถยนต์ได้โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือกับโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส (Rohde & Schwarz) ยังทำให้มาห์เลสามารถเปิดตัวระบบทดสอบเซนเซอร์เรดาร์หลังการซ่อมแซมที่ได้มาตรฐานเป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในตลาดอะไหล่ทดแทน ทั้งนี้ มาห์เลตั้งเป้าเติบโตผ่านการจัดหาชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า โดยมีแผนจะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจาก 1,000 รายการในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 2,000 รายการภายในปี 2573 ขณะที่ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดตัวไส้กรองอากาศในห้องโดยสารรุ่นใหม่ CareMetix(R) Natural ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในรถยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเป็นครั้งแรกของการนำเทคโนโลยีการกรองที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงานมาผสานเข้ากับขนแกะ มาห์เลจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เหล่านี้ รวมถึง Workshop Portal ภายใต้สโลแกน "Your Growth. Our Expertise." (การเติบโตของคุณ คือความเชี่ยวชาญของเรา) ในงาน Automechanika ณ Frankfurt am Main (Hall 9) ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569
"อู่ซ่อมรถแห่งอนาคตกำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงร้านซ่อมรถ ไปสู่การเป็นศูนย์บริการสำหรับยานยนต์ที่เชื่อมต่อ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และควบคุมด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ และมาห์เลกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้" ฟิลิปป์ กรอสเซ ไคลมันน์ (Philipp Grosse Kleimann) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของมาห์เล และหัวหน้าหน่วยธุรกิจมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ กล่าวในงาน MAHLE Media Tech Day ณ เมืองชตุทท์การ์ท "การพัฒนามาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ อย่างต่อเนื่อง จากผู้จัดหาชิ้นส่วนสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร คือการวางรากฐานให้อู่ซ่อมรถยนต์อิสระยังคงดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นอิสระต่อไป มาห์เลทำงานใกล้ชิดกับทั้งผู้ค้าส่งอะไหล่และอู่ซ่อมรถ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้คนจะเดินทางได้อย่างไม่สะดุด"
MAHLE Workshop Portal คือแพลตฟอร์มข้อมูลส่วนกลาง
Workshop Portal เป็นบริการฟรีสำหรับคนทำงานในอู่ซ่อมรถทุกระดับ ตั้งแต่ช่างเทคนิค ที่ปรึกษาด้านบริการ ไปจนถึงเจ้าของอู่ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้เรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และคว้าโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม
หัวใจของพอร์ทัลนี้คือระบบสนับสนุนทางเทคนิคแบบเบ็ดเสร็จ ที่มาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI และระบบแจ้งปัญหาโดยตรง ให้อู่ซ่อมรถเข้าถึงความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับความช่วยเหลือในการตรวจวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการซ่อมแซม เสริมด้วยคลังความรู้ที่ครอบคลุม หลักสูตรอบรมออนไลน์ และข่าวสารล่าสุดในอุตสาหกรรม รวมถึงโปรแกรมสะสมคะแนนที่ยืดหยุ่น ผู้ใช้สามารถสะสมคะแนนได้ทั้งจากการฝึกอบรม การเข้าร่วมกิจกรรม และการซื้อสินค้า ด้วยการออกแบบที่รองรับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป พอร์ทัลนี้จึงตอบโจทย์การทำงานประจำวันของอู่ซ่อมที่กำลังก้าวสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ โดยจะเริ่มโครงการนำร่องในยุโรปและอเมริกาใต้ในช่วงฤดูร้อนนี้ ก่อนเปิดใช้งานจริงสำหรับอู่ซ่อมอิสระในเยอรมนีช่วงครึ่งปีหลัง และขยายไปทั่วโลกในลำดับถัดไป
ระบบตรวจวิเคราะห์แบตเตอรี่และความเชี่ยวชาญด้านระบบแรงดันสูง
ด้วย MAHLE Battery Workshop Support อู่ซ่อมรถจะสามารถประเมินแบตเตอรี่แรงดันสูงได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ระบบสุดล้ำนี้สื่อสารกับแบตเตอรี่โดยตรงผ่านอินเทอร์เฟซ CAN (Controller Area Network) และให้ผลภายในไม่กี่นาที ไม่ว่าแบตเตอรี่จะยังติดตั้งอยู่ในรถหรือถูกถอดออกมาแล้วก็ตาม
ระบบจะระบุข้อบกพร่อง ประเมินสภาพแบตเตอรี่อย่างแม่นยำ และให้คำแนะนำที่ชัดเจนว่าควรซ่อม เปลี่ยนใหม่ หรือส่งต่อไปยังศูนย์ซ่อมเฉพาะทาง หากต้องการ มาห์เลยังพร้อมดูแลอู่ซ่อมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การถอดแบตเตอรี่ การขนส่ง ไปจนถึงการจัดทำเอกสารที่จำเป็น ช่วยลดภาระงานให้อู่ซ่อม พร้อมเปิดทางให้เข้าถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและโครงสร้างพื้นฐานจากภายนอกได้
โมเดลบริการรูปแบบใหม่
ในอนาคต รถยนต์ไม่จำเป็นต้องถูกนำมาที่อู่เสมอไป เพราะ MAHLE Mobile Service จะให้ช่างเทคนิคเดินทางไปหาลูกค้าด้วยรถบริการเคลื่อนที่ที่มีอุปกรณ์ครบครัน การขยายบริการออกนอกสถานที่เช่นนี้ช่วยลดระยะเวลาที่รถต้องจอดซ่อม เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดของศูนย์บริการ
มาห์เลนำเสนอแนวคิดในการให้บริการอุปกรณ์และเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ติดตั้งได้ทั้งในรถบริการคันใหม่หรือฟลีตรถที่อู่มีอยู่แล้ว และปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของอู่ซ่อมรถแต่ละแห่งได้ ขึ้นอยู่กับขอบเขตบริการที่ต้องการ อู่ซ่อมสามารถรวมบริการหลากหลายไว้ด้วยกัน เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง บริการระบบเบรก ตรวจสภาพรถ วิเคราะห์และอัปเดตซอฟต์แวร์ ซ่อมแบตเตอรี่สตาร์ทและระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก ซ่อมกระจก บริการระบบปรับอากาศ ไปจนถึงตรวจวิเคราะห์แบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งแนวคิดที่ก้าวล้ำนี้ได้เริ่มดำเนินการระยะนำร่องในยุโรปแล้ว
พันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่
แม้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) กำลังกลายเป็นมาตรฐานทั่วไป แต่ที่ผ่านมาอู่ซ่อมยังขาดโซลูชันที่เชื่อถือได้สำหรับปรับตั้งและทดสอบระบบเหล่านี้ ล่าสุดมาห์เลและโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์สได้ร่วมกันปิดช่องว่างนี้ ด้วยการผสานระบบวิเคราะห์ MAHLE TechPRO(R) Digital ADAS 2.0 เข้ากับเครื่องทดสอบเรดาร์ความแม่นยำสูง RadEsT ของโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส นับเป็นครั้งแรกที่อู่ซ่อมสามารถตรวจสอบการทำงานจริงของชิ้นส่วนเรดาร์ได้ด้วยการจำลองสถานการณ์จราจรจริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นสามารถวัดผลได้ จัดทำเป็นเอกสารได้ และทำซ้ำได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและรับประกันคุณภาพการซ่อมระดับมืออาชีพ ทั้งนี้ ระบบ MAHLE TechPRO(R) Digital ADAS 2.0 ที่ใช้งานอยู่แล้วก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมนี้เพิ่มได้เช่นกัน
ขนแกะธรรมชาติช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสาร
ความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ ตัวอย่างล่าสุดคือ ไส้กรองอากาศในห้องโดยสาร CareMetix(R) Natural ที่ผสานคุณภาพอากาศระดับสูงเข้ากับการใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นใหม่คือการใช้ขนแกะ ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของไส้กรองโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการกรอง
ไส้กรองนี้ดักจับฝุ่นละอองและสารมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และช่วยให้อากาศในห้องโดยสารสะอาด ไร้กลิ่นรบกวน อีกทั้งยังลดการใช้วัสดุที่อาจก่อให้เกิดไมโครพลาสติก ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานและประสิทธิภาพการทำงานไม่ลดลง ไส้กรองนี้จึงเป็นโซลูชันที่ยั่งยืนทั้งสำหรับอู่ซ่อมรถและการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง
นับตั้งแต่ปี 2568 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในตลาดอะไหล่ทดแทน ได้เพิ่มชิ้นส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังที่สำคัญ เช่น เครื่องประจุไฟฟ้าในรถยนต์ และตัวกรองสัญญาณขาเข้า ซึ่งผลิตและส่งตรงจากโรงงาน OEM ของกลุ่มบริษัทเอง การเพิ่มชิ้นส่วนสำคัญ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องนี้เอง ทำให้มาห์เลสามารถขยายกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการซ่อมแซมระบบส่งกำลังไฟฟ้า และการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพของระบบชาร์จสมัยใหม่