"อาฒยา" จบที่ 4 ร่วม เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น "คุวาอิ" เฉือนเพลย์ออฟคว้าแชมป์เมเจอร์สุดท้ายของปี

อาฒยา ฐิติกุล โปรสาวมือสองของโลก ปิดเกมด้วยสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 282 จบอันดับ 4 ร่วม ในศึกเอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น ที่สนามรอยัล ลีแธม แอนด์เซนต์แอนส์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่โทรฟี่เป็นของ ชิโฮะ คุวาอิ จากญี่ปุ่น เฉือนเพลย์ออฟชนะ เอสเธอร์ เฮนเซไลท์ จากเยอรมนี คว้าแชมป์เมเจอร์หญิงรายการสุดท้ายของปีไปครอง (ภาพ: BGB Images)

Monday 3 August 2026 16:48
"อาฒยา" จบที่ 4 ร่วม เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น "คุวาอิ" เฉือนเพลย์ออฟคว้าแชมป์เมเจอร์สุดท้ายของปี

กอล์ฟ "เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น" เมเจอร์หญิงรายการที่ 5 สุดท้ายของปี จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 50 ชิงเงินรางวัลรวม 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 337 ล้านบาท แข่งขัน ณ สนามรอยัล ลีแธม แอนด์เซนต์แอนส์ พาร์ 71 ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคมถึง 3 สิงหาคมที่ผ่านมา นี้ มีนักกอล์ฟ 144 คนจาก 30 ประเทศลงชิงชัย โดยมีผู้เล่นชาวไทยผ่านตัดตัว 6 คน ได้แก่ อาฒยา ฐิติกุล, เอรียา จุฑานุกาล, ปภังกร ธวัชธนกิจ, ชเนตตี วรรณแสน, อาภิชญา ยุบล และ อัญชิสา อุตมะ

รอบสุดท้ายของการชิงชัย จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มือดับสองของโลก เปิดไม่ดีเสียโบกี้ในหลุมแรก ตามด้วยดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 3 ก่อนเก็บเบอร์ดี้คืนได้ที่หลุม 6 แต่พลาดเสียอีก 1 โบกี้ที่หลุม 7 และมาเก็บคืนได้อีก 1 เบอร์ดี้ที่หลุม 13 ปิดเกมที่สกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วันทำได้ 2 อันเดอร์พาร์ 282 จบอันดับ 4 ร่วมกับ เนลลี คอร์ดา มือหนึ่งของโลกจากสหรัฐฯ ที่หวดเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 68

อาฒยา ฐิติกุล ซึ่งเคยคว้ารางวัลนักกอล์ฟสมัครเล่นผลงานดีสุดที่สนามนี้เมื่อปี 2018 เผยว่า "วันนี้แม้ลมไม่แรงแต่สกอร์แต่ละคนก็ไม่กระเตื้อง เพราะสนามนี้ยากที่จะทำเบอร์ดี้ แต่ง่ายที่จะเสียโบกี้ ช่วงแรกๆ เล่นไม่ค่อยได้ตามแผน ออกไปหลุมแรกไม่ค่อยดีตีตกทราย มาหลุมสามก็ทำสี่พัตต์ แต่ก็พยายามอดทนรอจังหวะ มองย้อนกลับไปเมื่อตอนมาเล่นที่นี่ในปี 2018 รู้สึกว่าตัวเองเล่นลิงค์สได้ดีขึ้นทุกปี เพราะสนามลิงค์สเป็นอะไรที่เราไม่ถนัดแต่เราสามารถจบท็อปเท็นได้ ก็เป็นเรื่องอะไรที่อะเมซิ่งเหมือนกัน การได้เล่นสนามลิงค์ทำให้เราได้จินตนาการที่ดีขึ้น มีช็อตให้เล่นเยอะ สอนความอดทน ต้องมีเกมที่แก้ไขได้ดี ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าเกมของตัวเองมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่าจะจบฤดูได้ดี"

ขณะที่โทรฟี่แชมป์เป็นการช่วงชิงระหว่าง ชิโฮะ คุวาอิ มือ 46 โลกจากญี่ปุ่น และเอสเธอร์ เฮนเซไลท์ มือ 43 โลกจากเยอรมนี ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ตามหลังผู้นำคนละ 3 สโตรค รอบสุดท้ายเก็บเพิ่มคนละ 1 อันเดอร์พาร์ 70 จบด้วยสกอร์รวมเท่ากันที่ 5 อันเดอร์พาร์ 279 ต้องไปเพลย์ออฟตัดสินแชมป์ที่หลุม 18 พาร์ 4 และเป็น คุวาอิ ที่เซฟพาร์คว้าแชมป์ไปในการเพลย์ออฟครั้งที่สอง รับเงินรางวัล 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 50 ล้านบาท พร้อมจารึกชื่อเป็นนักกอล์ฟชาวญี่ปุ่นคนที่สองที่คว้าแชมป์รายการนี้ต่อจาก มิยู ยามาชิตะ ที่ทำได้เมื่อปีที่แล้ว

ชิโฮะ คุวาอิ นักกอล์ฟวัย 23 ปี ดีกรี 6 แชมป์เจแปน แอลพีจีเอ ทัวร์ กล่าวหลังเป็นผู้เล่นชาวญี่ปุ่นคนที่สองที่คว้าแชมป์รายการนี้ต่อจาก มิยู ยามาชิตะ ที่ทำได้เมื่อปีที่แล้วว่า "ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะชนะ แค่ได้มาเล่นรายการนี้ก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว ตอนนี้รู้สึกเปี่ยมไปด้วยความสุขและซาบซึ้งใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ส่วนระหว่างการแข่งขัน ฉันจดจ่อกับเกมทีละช็อตในทุกหลุม และพยายามสนุกกับเกมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

ทางด้าน เยลิมี โนห์ โปรสาวชาวอเมริกัน ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์นำ 3 สโตรค ฟอร์มหลุดตีเกิน 3 โอเวอร์พาร์ 74 รวมสี่วันเหลือ 4 อันเดอร์พาร์ 280 หล่นไปจบที่อันดับ 3 ขณะที่ แฮรัน ยู มือสามของโลกจากเกาหลีใต้ พลาดโอกาสครองแชมป์เมเจอร์รายการที่สามให้ตัวเอง หลังตีเกิน 3 โอเวอร์พาร์ 74 จบด้วยสกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 283 อยู่ในกลุ่มอันดับ 6 ร่วมกับ ลอตตี้ โวด กับ ชาร์ลีย์ ฮัลล์ มืออันดับ 5 และ 7 ของโลกชาวอังกฤษ

ส่วนผลงานนักกอล์ฟไทยอีก 5 คนทำผลงานดังนี้ พราว-ชเนตตี วรรณแสน ตีเกิน 4 โอเวอร์พาร์ 75 จบที่อันดับ 20 ร่วมด้วยสกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ 286, แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ หวด 3 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 3 โอเวอร์พาร์ 287 อันดับ 23 ร่วม, เปียโน-อาภิชญา ยุบล เก็บได้ 3 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 5 โอเวอร์พาร์ 289 อันดับ 36 ร่วม, เม-เอรียา จุฑานุกาล อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2016 ตีเกิน 4 โอเวอร์พาร์ 75 สกอร์รวม 9 โอเวอร์พาร์ 293 อยู่อันดับ 53 ร่วม และแจน-อัญชิสา อุตมะ ทำ 2 โอเวอร์พาร์ 73 สกอร์รวม 11 โอเวอร์พาร์ 295 จบอันดับ 61 ร่วม