ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" พลิกโฉมตลาดมีนบุรีสู่ Green Market ต้นแบบ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน พลิกขยะสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง ESG จากนโยบายสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" ณ ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นตลาดนำร่องแห่งแรก มุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมแก่ผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมยกระดับตลาดสดสู่ Green Market ตอกย้ำปรัชญาองค์กร "Everyone Matters - ทุกคนคือคนสำคัญ"

Monday 10 August 2026 16:50
ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" พลิกโฉมตลาดมีนบุรีสู่ Green Market ต้นแบบ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน พลิกขยะสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า

โครงการ "แยกดี มีเครดิต" เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด และศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี โดยนำระบบรับซื้อขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาให้บริการรับซื้อถึงหน้าร้านของผู้ค้าภายในตลาด ช่วยลดภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำวัสดุรีไซเคิลไปจำหน่าย พร้อมเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมที่จับต้องได้ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะ และร่วมสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ผลลัพธ์วันแรก: ลดคาร์บอนทันที เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 125 ต้น

ความสำเร็จในวันเปิดตัวสะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า โครงการ "แยกดี มีเครดิต" ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการปูรากฐาน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของพ่อค้าแม่ค้า โดยก่อนเริ่มต้นโครงการ ธนาคารไทยเครดิตได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลอย่างถูกวิธีแก่ผู้ประกอบการในศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งนำมาสู่ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจตั้งแต่วันแรก โดยช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 1,190.61 kgCO2e เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่เติบโตเต็มที่กว่า 125 ต้น สามารถรวบรวมขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วได้รวม 856.60 กิโลกรัม พลิกวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมกลับคืนสู่กระเป๋าผู้ประกอบการในตลาดได้ทันที ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงจุดเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งการลดปริมาณขยะในชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างรายได้ควบคู่กันไปพร้อมกัน

ตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ได้สะท้อนความรู้สึกต่อโครงการนี้ว่า "แต่ก่อนไม่เคยคิดว่าขยะหน้าร้านจะมีมูลค่า แต่พอธนาคารไทยเครดิตเข้ามาตั้งจุดรับซื้อที่เข้าถึงง่ายในตลาด ทำให้เราเห็นคุณค่าของการแยกขยะทันที เพราะนอกจากร้านค้าจะสะอาดขึ้นและปริมาณขยะลดลงแล้ว ยังเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นเงินสดกลับมาได้จริง ที่สำคัญคือรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ ทุกวัน"

หนุนต่อเนื่อง พร้อมสร้างการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม

เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน ธนาคารไทยเครดิตได้มอบถังแยกขยะจำนวน 2 ชุด พร้อมเต็นท์ประจำโครงการ "แยกดี มีเครดิต" สำหรับใช้เป็นจุดรับซื้อและประชาสัมพันธ์ข้อมูลภายในตลาด พร้อมส่งทีมงานลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ "แยกให้ถูก…มีเครดิต" ผ่านเกมจำลองการคัดแยกขยะ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ค้าสุ่มหยิบลูกบอลแทนประเภทขยะและนำไปคัดแยกลงถังให้ถูกต้อง พร้อมรับของที่ระลึก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติตามได้จริงในชีวิตประจำวัน

ก้าวต่อไป: มุ่งขยายเครือข่าย Green Market ทั่วประเทศ

การนำร่องที่ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรีถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง "ต้นแบบ Green Market" ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเปลี่ยนวัสดุรีไซเคิลให้เป็นมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตมีแผนเตรียมขยายผลโครงการไปยังตลาดสดเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างสังคมตลาดสีเขียวที่เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

โครงการ "แยกดี มีเครดิต" สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารไทยเครดิตในการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา "Everyone Matters - ทุกคนคือคนสำคัญ" เพราะธนาคารเชื่อมั่นว่า ทุกการคัดแยกขยะคือจุดเริ่มต้นของการลดคาร์บอน การสร้างรายได้เสริมที่เพิ่มขึ้น และทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน