นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ถือเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพฤติกรรมการบริโภคที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ในช่วงเทศกาลกินเจนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการเน้นบริโภคผักผลไม้ให้มากขึ้น ตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ 400 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่า ผัก 4 ทัพพี ผลไม้ 2 กำมือ ควบคู่ไปกับการลดอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด ตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการ เพื่อให้การรับประทานอาหารเจไม่เพียงแต่ได้บุญ แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพองค์รวม ป้องกันโรค และลดภาวะอ้วนที่พบได้เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรวัยผู้ใหญ่
ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเทรนด์การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-rich diet) และการเลือกบริโภค "โปรตีนทางเลือก" (Alternative Protein) เช่น ถั่วเมล็ดแห้งและเต้าหู้ กำลังได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด โปรตีนจากพืชถือเป็นทางเลือกที่ดีตามธงโภชนาการ เพราะช่วยลดการรับไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และเพิ่มใยอาหาร อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังคือผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จำแลง (Plant-based meat) หลายชนิดจัดเป็นอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-Processed Foods) ที่อาจมีการเติมโซเดียม ไขมัน และสารปรุงแต่งเข้าไปปริมาณมาก ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากโภชนาการ และเลือกรับประทานโปรตีนจากพืชที่หลากหลายและจับคู่อาหารโปรตีนคุณภาพ เพื่อให้ได้รับกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
นายแพทย์อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย เน้นย้ำเรื่องการปรุงประกอบอาหารเจว่า การใช้วัตถุดิบโปรตีนจากพืชเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สุขภาพจะดีหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับสูตร วิธีการปรุง รวมถึงปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมในอาหารนั้นๆ ด้วย สำหรับผู้ที่ประกอบอาหารเจรับประทานเองที่บ้าน ขอแนะนำให้นำ "หนังสือเมนูคู่ครัว อาหารเจสู่สุขภาพ" ของกรมอนามัยไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทาง โดยเน้นการปรุงประกอบแบบลดหวาน มัน เค็ม เพื่อให้ได้ทั้งอิ่มบุญและอิ่มสุขภาพ พร้อมกันนี้ สำหรับกลุ่มผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรรับประทานผักเพิ่มขึ้น โดยสามารถนำหลักจานอาหาร 2:1:1 (ผักครึ่งจาน ข้าวหนึ่งในสี่จาน และโปรตีนทางเลือกหนึ่งในสี่จาน) มาใช้จัดสัดส่วนเพื่อช่วยควบคุมพลังงานได้ ซึ่งการนำแนวทางทั้งหมดนี้มาปรับใช้ จะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าท่านกำลังรับประทานอาหารเจที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง