หัวเว่ยมุ่งขยายธุรกิจพลังงานดิจิทัลในไทย ด้วยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สานต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ตามแผนของประเทศไทย

ศุกร์ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ ๑๑:๓๘
เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแผนธุรกิจใหญ่ในปี 2564 ด้วยการขยายส่วนธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) ในประเทศไทย เพื่อรับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ประเทศของเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้น โดยเฉพาะอนาคตของภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานของไทยซึ่งจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่างจากเป้าหมายใหม่ด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์) จนเหลือศูนย์ภายในอีก 44 ปีข้างหน้า หัวเว่ยและพาร์ทเนอร์จึงหวังว่าเทคโนโลยีชั้นนำและกรณีตัวอย่างการใช้งานในระดับโลกที่มีอยู่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อรองรับแนวทางดังกล่าว การขยายส่วนธุรกิจพลังงานดิจิทัลของหัวเว่ยในปีนี้จึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมประเทศไทยให้ขึ้นเป็นผู้นำด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภูมิภาคอาเซียนได้ในอีกทางหนึ่ง
หัวเว่ยมุ่งขยายธุรกิจพลังงานดิจิทัลในไทย ด้วยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สานต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ตามแผนของประเทศไทย

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ประกาศแผนที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2579 และจะลดลงเป็นศูนย์ (Zero Emission) ในปี พ.ศ. 2608 โดยหัวเว่ยชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลทางพลังงานนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับประเทศไทยที่จะก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยต้องทำผ่าน 4 กลยุทธ์ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digitalization) ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการระบบ การจ่ายไฟ และลดอัตราการสื้นเปลืองของพลังงาน, การหยุดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจก (De-carbonization) ด้วยการหันมาใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานรูปแบบเก่า เช่น พลังงานลม, การกระจายพลังงาน(Decentralization) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนในการจ่ายพลังงาน, และการใช้กระแสไฟฟ้า (Electrification) หรือการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสำหรับประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนนั้นยังคงมีความท้าทายอยู่บ้าง ประการแรกคือสัดส่วนพลังงานสะอาดสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าควรคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ภายในปี พ.ศ.2568 ประการที่สอง จำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle - EV) ควรมีมากถึง 6.2 ล้านคัน และควรมีแท่นชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charging) กว่า 180,000 แท่นภายในปี พ.ศ. 2573 และประการ ที่สาม คืออัตราการใช้พลังงานของเทคโนโลยี ICT ใหม่ ๆ อย่าง 5G ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลนั้นมีอัตราสูงขึ้นมาก เพื่อที่จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การมีนโยบายที่ดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีและพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งในประเทศจึงนับเป็นทางออกสำคัญของไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียนในด้านการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและความเป็นกลางทางคาร์บอน

ด้วยสาเหตุดังกล่าว หัวเว่ยจึงลงทุนเพิ่มเติมในด้านธุรกิจพลังงานดิจิทัล ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะช่วยพัฒนาธุรกิจพลังงานให้มีความดิจิทัล ทรงประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น พร้อมช่วยภาคอุตสาหกรรมให้สามารถขยายตัวและสร้างคุณค่าทางสังคมควบคู่กันไปได้ ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันต่าง ๆ ของหัวเว่ยซึ่งถือเป็นผู้นำด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัลในตลาดโลก ซึ่งได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในกว่า 170 ประเทศ โดยธุรกิจพลังงานดิจิทัลของหัวเว่ยเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทั้งในแง่ของผลประกอบการและส่วนแบ่งตลาด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้น (Prefabricated Modular Data Center) หรือการจัดการศูนย์ข้อมูลโดยคำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม, Smart PV เทคโนโลยีสำหรับช่วยการจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ และ Site Power Facility เทคโนโลยีสำหรับไซต์พลังงานด้านโทรคมนาคมแบบครบวงจร นอกจากนี้ ในส่วนธุรกิจ mPower ด้านการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า หัวเว่ยยังถือเป็นบริษัทแห่งแรกในโลกที่ส่งมอบนวัตกรรมใหม่ในชื่อว่า X-in-1 ePowertrain ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานให้แก่รถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Modular Power ประสิทธิภาพสูงเป็นจำนวนมากกว่า 300 ล้านชิ้นทั่วโลก โดยในปี 2563 หัวเว่ยทำยอดขายในส่วนธุรกิจพลังงานจากทั่วโลกได้มากกว่า 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และให้บริการประชากรคิดเป็นอัตราส่วนถึง 1 ใน 3 จากทั้งโลก

"ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญของหัวเว่ย และเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกันรวมถึงนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นองค์กรด้าน ICT ชั้นนำที่มุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมไทยมากว่า 22 ปี เราจะมุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในประเทศไทยต่อไป เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมต่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กรเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด และช่วยให้ประเทศไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การดิจิทัลฮับแห่งอาเซียนและการขึ้นเป็นผู้นำด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ได้สำเร็จลุล่วง" คุณอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ปัจจุบัน หัวเว่ยได้ให้บริการลูกค้าระดับองค์กรธุรกิจมากกว่า 1,000 รายในประเทศไทย ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจ 35 แห่งจาก 50 แห่ง ได้เลือกหัวเว่ยเป็นพาร์ทเนอร์ในด้านพลังงานดิจิทัล ซึ่งหัวเว่ยกำลังสร้างเครือข่ายพาร์ทเนอร์สำหรับด้านการบริการ การติดตั้ง และด้านโซลูชันมากกว่า 50 รายในประเทศไทย โดยหัวเว่ยคาดว่าการขยายส่วนธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยสร้างงานในทางอ้อมได้มากกว่า 1,000 ตำหน่งในประเทศไทย และช่วยสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งภูมิภาคอาเซียน ตามพันธกิจของหัวเว่ย ประเทศไทย ที่ต้องการ "เติบโตในประเทศไทยและสนับสนุนประเทศไทย"

ที่มา: คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๓ ธ.ค. ม.มหิดล เตรียมปรับโฉม อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ สู่พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ และการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
๐๓ ธ.ค. สนพ.นค. เตรียมความพร้อมนักศึกษา ชั้นปีสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ด้านการบัญชี
๐๓ ธ.ค. ไปรษณีย์ไทยแจ้งเปิดให้บริการตามปกติในวันหยุด ประจำเดือนธันวาคม 2564
๐๓ ธ.ค. ออโต้แบคส์ จับมือ เทคนิคนครราชสีมา พัฒนาฝีมือเด็กอาชีวะ
๐๓ ธ.ค. โครงการ พะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Phayao Learning City) ได้รับรางวัล Silver Award ในงาน Thailand Research Expo
๐๓ ธ.ค. เตรียมแซ่บไฟลุกเวที โปรเจกต์ รันเวย์ ไทยแลนด์ คว้าลูกเกด เมทินี เฟ้นนางแบบเดินเฉิดฉายบนรันเวย์
๐๓ ธ.ค. Florasis เปิดตัวเพลงโปรโมทแบรนด์ฉบับสากล ขับร้องโดยนักร้องขวัญใจ โจว เซิน
๐๓ ธ.ค. COMMANDER ซัดหนัก! กลับมาพร้อมเพลงใหม่ ภักดีกว่า ใส่เต็มความเดือดพล่านแบบสาแก่ใจ!
๐๓ ธ.ค. คริสปี้ ครีม ส่งขบวนความน่ารัก ฮอลิเดย์ โดนัท ฉลองเทศกาลแห่งความสุข
๐๓ ธ.ค. 'เอส แอนด์ พี' เผยภาพรวมความสำเร็จฝ่าวิกฤตโควิด ตั้งเป้าขยายอาณาจักรอาหารและเบเกอรี่รูปแบบใหม่ปี 2565!!