กลุ่ม KTIS กำไรสุทธิงวด 6 เดือน โตแรง 211% อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นทั้งสายธุรกิจน้ำตาลและชีวภาพ

พฤหัส ๐๑ มิถุนายน ๒๐๒๓ ๑๖:๑๒
กลุ่ม KTIS เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน สิ้นสุด 31 มีนาคม 2566 เติบโตกว่างวดเดียวกันของปี 2565 ถึง 211% โดยมีกำไรสุทธิ 1,027.4 ล้านบาท และมีรายได้รวม 8,598.7 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นทั้งสายธุรกิจน้ำตาลและธุรกิจชีวภาพ
กลุ่ม KTIS กำไรสุทธิงวด 6 เดือน โตแรง 211% อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นทั้งสายธุรกิจน้ำตาลและชีวภาพ

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่ม KTIS งวด 6 เดือน ปี 2566 (ตุลาคม 2565 - มีนาคม 2566) มีรายได้รวม 8,598.7 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 22.1% และมีกำไรสุทธิ 1,027.4 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อนถึง 211.0%

"สาเหตุที่การเติบโตของกำไรสูงกว่าการเติบโตของรายได้ เพราะเราสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิได้สูงขึ้น เมื่อเทียบระหว่างงวด 6 เดือนแรกปี 2565 กับปี 2566 โดยอัตรากำไรขั้นต้นของสายธุรกิจน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นจาก 10.2% เป็น 18.3% และสายธุรกิจชีวภาพ เพิ่มจาก 14.8% เป็น 25.2%" นายสมชายกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการทำอัตรากำไรที่สูงขึ้นในสายธุรกิจน้ำตาลทราย มาจากคุณภาพอ้อยที่ดีขึ้นมาก ทำให้ได้ผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อยสูงขึ้น จากปริมาณอ้อย 6.9 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้มากถึง 8 ล้านกระสอบ เทียบกับฤดูการผลิตปีก่อนหน้านั้น ซึ่งอ้อย 6.2 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้เพียง 6.4 ล้านกระสอบ อีกทั้งราคาขายน้ำตาลทรายทั้งในประเทศและต่างประเทศก็สูงขึ้น จากราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น

ส่วนปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของอัตรากำไรในสายธุรกิจชีวภาพ มาจากราคาขายเยื่อกระดาษทั้งในประเทศและต่างประเทศที่สูงขึ้น รวมถึงราคาขายเอทานอลและไฟฟ้าก็สูงกว่าปีก่อนด้วย

"หากดูสัดส่วนรายได้ของสายธุรกิจต่างๆ เทียบกับรายได้รวมของกลุ่ม KTIS สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2566 พบว่า สายธุรกิจน้ำตาลทรายมีสัดส่วนรายได้ 88.6% สายธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล มีสัดส่วน 12.2% สายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล มีสัดส่วน 7.1% สายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเยื่อกระดาษจากชานอ้อย มีสัดส่วน 3.3% และอื่นๆ อีก 9.2%" นายสมชายกล่าว

ที่มา: ไอทูซี คอมมิวนิเคชั่นส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๔ พ.ค. Siriraj Education Expo 2024 ก้าวสู่ยุคใหม่ไปกับศิริราช พร้อมยกระดับทางการแพทย์ให้ดีขึ้น เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยทุกคน
๐๓ พ.ค. ครั้งแรก! งานเทศกาลคอนเทนต์ LGBTQ ฉลองความเท่าเทียมทางเพศ THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ FILM TV FESTIVAL 2024 ปักหมุดเตรียมพบกัน กันยายนนี้
๐๓ พ.ค. โน วัน เอลส์ ส่ง 3 เพลงรัก 3 สไตล์! ผ่านมิวสิกซี่รีย์ ที่จะทำให้คุณเข้าใจความรักมากขึ้น
๐๓ พ.ค. ทีซีเอ็มซีมอบรางวัลประกวดการออกแบบผลงานด้านผลิตภัณฑ์อคูสติกส์
๐๓ พ.ค. GT Auto ฉลองแชมป์ยอดขาย Volvo จัดงาน มหกรรม GT Auto Show ลดสูงสุด 1,000,000 บาท พร้อมชูบริการ GT Auto Exclusive Service
๐๓ พ.ค. กทม. เตรียมพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในสังกัด
๐๓ พ.ค. กรมส่งเสริมการเกษตร ประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านการรับรองแหล่งผลิตพืชฯ (GAP พืช) ครั้งที่ 1/2567
๐๓ พ.ค. First Sale! realme 12 5G และ realme 12X 5G สัมผัสประสบการณ์ Portrait Master กับกล้องซูม 3X in sensor
๐๓ พ.ค. CRYSTALLIZING ใหม่! โดย SHISEIDO PROFESSIONAL อัปเกรดกลุ่มผลิตภัณฑ์ยืด-ดัดผม ชูเทคโนโลยีสุดล้ำ DUAL PERFORMANCE SYSTEM
๐๓ พ.ค. บัลเลต์ รีทรีต บนเกาะมัลดีฟส์ กลับมาอีกครั้ง ที่ อวานี พลัส แฟเรส โดย คาร์ริส สการ์เลต นักเต้นบัลเลต์ชื่อดัง