นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าลุยขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานคุณภาพ และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งบริษัทฯมองว่า คือจังหวะสำคัญที่ผู้ผลิตไทยต้อง ยกระดับตัวเอง ไม่ใช่เพียงแข่งขันด้านราคา แต่แข่งขันด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และระบบบริหารจัดการระดับสากล โดยบริษัทฯวางแผนลงทุนในระยะยาว 3-5 ปี เน้นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ไม่ใช่แค่การพัฒนา หรือขยายกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเชิงระบบ ทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี คลังสินค้า และบุคลากร เพื่อยกระดับศักยภาพของแบรนด์ "POP" ให้สามารถแข่งขันในตลาดอะไหล่ยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นได้อย่างยั่งยืน ทั้งในกลุ่มตลาดอะไหล่ทดแทน (Aftermarket) และตลาดผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) โดยบริษัทฯได้วางแนวทางการพัฒนาและขยายการลงทุน ไว้ดังนี้
- ด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต : บริษัทฯ ได้เพิ่มเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง ควบคุมด้วยระบบดิจิทัลมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนจากแรงงาน manual และเพิ่ม repeatability ในการผลิต
- ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต: บริษัทฯได้นำระบบ data monitoring และ process control เข้ามาช่วยวิเคราะห์คุณภาพแบบ real-time ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดของเสีย และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
- วางแผนขยายคลังกระจายสินค้า : บริษัทฯมีแผนงานจะขยายการลงทุนใน automated warehouse system เพื่อยกระดับคลังกระจายสินค้าให้มีความแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น รองรับปริมาณ SKU ที่เพิ่มขึ้น และรองรับการขยายตลาดในอนาคต
- การพัฒนาบุคลากร : บริษัทฯ เชื่อว่าเทคโนโลยีต้องเดินคู่กับคน เทคโนโลยีจะไม่มีความหมายเลยหากคนไม่พัฒนา เราเน้น upskill ทั้งด้านวิศวกรรม กระบวนการผลิต และระบบคุณภาพ ให้แรงงานไทยสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงได้ ลงทุนใน training, internal knowledge transfer และการสร้างทีมวิศวกรรุ่นใหม่ เพื่อให้แรงงานไทยสามารถทำงานในระบบการผลิตสมัยใหม่ได้จริง
"แนวโน้มตลาดอะไหล่ยานยนต์ยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะตลาดอะไหล่ทดแทน (aftermarket) แม้การแข่งขันจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคและคู่ค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากขึ้น ลูกค้าไม่ได้มองแค่ราคาอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่บริษัทฯ เลือกลงทุนเชิงระบบ ไม่ใช่แข่งขันด้วยราคาที่ต่ำเพียงอย่างเดียว เป้าหมายของเราชัดเจน คือ ยกระดับ POP ให้เป็นแบรนด์อะไหล่ไทยที่มีมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและตลาดส่งออก เราต้องการพิสูจน์ว่า SME ไทยสามารถผลิตอะไหล่มาตรฐานสากลได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกเสมอไป การลงทุนครั้งนี้คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมของเราเอง" นายชวิศ กล่าวและเสริมว่า
ทั้งนี้ จุดแข็งของแบรนด์ POP อะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากล ได้แก่
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านชิ้นส่วนยางช่วงล่าง
- ควบคุมคุณภาพแบบใกล้ชิด
- เข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง
- มีความยืดหยุ่นสูงในการพัฒนาสินค้าใหม่
บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจมากกว่า 30 ปี โดยเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement Equipment Manufacturing: REM) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมการใช้งานทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น Thailand Trust Mark (T MARK) ระบบ IATF 16949:2016 และมาตรฐาน ISO 9001 รวมถึงผ่านการทดสอบคุณภาพด้าน Fatigue, Hardness และ NVH เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.chalitindustry.com โทรศัพท์ 02-802-6400