- แรบบิท ไลฟ์ตอกย้ำผู้นำ "อินชัวร์เทค" ดึงดาต้าและ AI ออกแบบประสบการณ์ - พอร์ตประกันเฉพาะบุคคล พร้อมหนุนบริหารความสัมพันธ์คนไทยทุกช่วงชีวิต
บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เผยเทรนด์ Wellness Economy โตแรงต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่การวางแผนการเงินและชีวิตในระยะยาวมากขึ้น จึงได้เดินหน้าต่อยอดพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ออม-สุขภาพ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ เพื่อรองรับการวางแผนชีวิตในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำวิสัยทัศน์ "คิดแตกต่างเพื่อยกระดับชีวิต ด้วยประกันชีวิตที่ตอบโจทย์และเข้าใจง่าย" ตั้งเป้ากวาดเบี้ยรับรวมโต 6%
นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในปี 2569 เศรษฐกิจสุขภาพโลก หรือ Wellness Economy ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจากรายงาน Global Wellness Economy Monitor 2025 ของ Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสโลกในปี 2026 จะขยายตัวกว่า 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.6 ต่อปี และคาดว่าจะแตะระดับราว 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 ขณะที่ Longevity Economy ที่คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ได้ดันให้มูลค่าตลาดในประเทศ โตทะลุ 40.5 พันล้านดอลลาร์ หรือโตแรงกว่า 28.4% ในหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสมาคมประกันชีวิตไทยที่ประเมินว่าธุรกิจประกันชีวิตในปี 2569 จะเติบโตขึ้นอีก 2-3% จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเข้าสู่สังคมสูงวัย
ขณะเดียวกัน จากข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าของแรบบิท ประกันชีวิต ในปีที่ผ่านมา พบว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Whole Life เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคในด้านความคุ้มครองชีวิตระยะยาวและการวางแผนมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน แรบบิท ประกันชีวิต จึงเดินหน้าพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการวางแผนการเงินและการสร้างความมั่นคงในระยะยาวอย่างรอบด้าน และตอบรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมุ่งผสานมิติของการดูแลสุขภาพเข้ากับการออมและการวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน และเสริมสร้างความมั่นคงในทุกช่วงวัย ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่
- กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิต (Whole Life) การเข้าสู่สังคมสูงวัย หรือ Aged Society ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว อาทิ ผลิตภัณฑ์ ใช่เลย 99/20 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ พร้อมสร้างความอุ่นใจให้กับคนข้างหลังได้อย่างมั่นคง
- กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ (Health Insurance) ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับความคุ้มครองให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และยังสามารถใช้งานร่วมกับสวัสดิการอื่น ๆ ได้อย่างคุ้มค่า อย่างผลิตภัณฑ์เหมาจ่าย Health Smile แผนประกัน ที่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ร่วมกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของบริษัทหรือประกันสุขภาพอื่น ๆ ที่มีอยู่ เพิ่มความครอบคลุมจากสิทธิเดิมที่ได้รับจากสวัสดิการที่มี พร้อมเปิดทางเลือกความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายที่มีให้เลือกหลายแผน ปรับได้ตามไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล
- กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญ (Pension Insurance) หนึ่งในทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคที่ต้องการวางแผนความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอหลังวัยทำงาน และรองรับความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในอนาคต ประกันบำนาญจึงทำหน้าที่มากกว่าการออมเงิน ที่ผสานความคุ้มครองชีวิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Bumnarn Mungme 85/55 Plus ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมั่นคง ด้วยจุดเด่นของความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุ 85 ปี และสามารถเริ่มรับเงินบำนาญรายปีได้ตั้งแต่อายุ 55 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในช่วงวัยเกษียณ พร้อมสร้างความอุ่นใจในระยะยาว
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์แล้ว แรบบิท ประกันชีวิต ยังมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเติบโตอย่างจริงจัง ทั้งการปรับระบบงานขาย E-Application สู่รูปแบบ Web-based เพื่อความสะดวกและลดขั้นตอนการดำเนินงาน การพัฒนาระบบการซื้อประกันออนไลน์ ให้ครอบคลุมทุกประเภทประกันชีวิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นประกันออนไลน์แบบ One Stop Service การพัฒนาระบบ iService ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองตลอดเวลา ตลอดจนการต่อยอดโปรแกรม "Rabbit Life MYRewards" ที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Loyalty Program ที่ดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต นายกรณ์ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงอัปเดตข้อมูลข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ Rabbit Life www.rabbitlife.co.th