แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงผลสำรวจอนามัยโพล เรื่อง "พฤติกรรมการดื่มนม" ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 จำนวน 1,999 คน พบว่า คนไทยดื่มนมทุกวัน ร้อยละ 30.17 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน ร้อยละ 24.01 สูงขึ้นกว่าผลสำรวจปี 2567 ที่การดื่มนมทุกวันเพียงร้อยละ 19.6 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน เพียงร้อยละ 11.9 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่นิยมดื่มนมจืดมากที่สุด ถึงร้อยละ 73.54 ส่วนสาเหตุที่ดื่มนมเพราะคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 76.69 นมเป็นสินค้าคุณภาพ ร้อยละ 42.07 และรสชาติของนม ร้อยละ 33.22 และหากมีนมติดบ้านจะช่วยให้คนไทย ร้อยละ 20.46 ดื่มนมมากขึ้น
"การที่คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการรณรงค์อย่างต่อเนื่องและจัดกิจกรรมรณรงค์ดื่มนมเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันดื่มนมโลก และรณรงค์ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการดื่มนม เพราะนมเป็นแหล่งโปรตีน แคลเซียม และวิตามินบี 2 ซึ่งนมโคยังมีโปรตีนคุณภาพและแคลเซียมที่สูงกว่านมจากพืช อีกทั้ง นมรสจืดยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากไม่มีการเติมน้ำตาลเพิ่ม เหมือนนมปรุงแต่งรสอื่นๆ ช่วยลดพฤติกรรมการติดหวาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
ด้านนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เผยต่อไปว่า กรมอนามัยได้จับมือกับภาคีเครือข่ายการแพทย์ สื่อสารเรื่อง "ดื่มนมจืดเพิ่มความสูง ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน" และ"รู้เท่าทันเกี่ยวกับนม" สำหรับการสื่อสารรณรงค์ส่งเสริมการดื่มนมตลอดเดือนมิถุนายน เน้นเรื่อง "ดื่มนมสำคัญต่อทุกกลุ่มวัยอย่างไร แต่ละกลุ่มวัยควรดื่มนมเท่าไหร่" "ดื่มนม 2 แก้วทุกวัน แข็งแรงทุกวัย" "นมพืชมีคุณค่าเทียบเท่านมโคหรือไม่" "ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องนม" "ประโยชน์ของการดื่มนม" เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดื่มนม ส่งเสริมให้ทุกคนในครอบครัวดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ร่วมกับการกินอาหารในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสมตามข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้เด็กไทยสูงดีสมวัย พร้อมเรียนรู้ คนในครอบครัวกระดูกและฟันแข็งแรง ลดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันภาวะกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย