นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ รวมถึงระบบบริการทางการแพทย์ ทำให้ภาคสาธารณสุขจำเป็นต้องปรับตัวสู่ "ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ" โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการให้บริการ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมศักยภาพในการปรับตัวต่อผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งจากข้อมูลโดย The Lancet ปี 2022 ระบุว่า ภาคบริการสุขภาพทั่วโลกมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ ร้อยละ 5.2 ของทั้งหมด สะท้อนบทบาทสำคัญของสถานบริการการสาธารณสุขในการร่วมลดโลกร้อนและขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ โดยปรับตัวเป็นองค์กรสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศไทย (NDC 3.0) ที่ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 47 ภายในปี 2035 และเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050
ด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital Challenge เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากรสาธารณสุข ชุมชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการงานอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้ากับการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และระบบจัดเก็บข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากร เพื่อนำมาคำนวณเป็น Carbon Footprint ของโรงพยาบาล และใช้กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ผ่านการพัฒนาเป็น "โรงพยาบาลคาร์บอนต่ำและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" แล้วจำนวน 62 แห่ง ซึ่งถือเป็นต้นแบบสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้าน นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัย ได้ร่วมกับกองบริหารการสาธารณสุข และมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) พัฒนาระบบฐานข้อมูลและการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียว (Single Platform) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยให้สถานบริการสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแม่นยำ การพัฒนา Single Platform ดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับระบบสุขภาพไทยให้สอดรับกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสะท้อนบทบาทของภาคสาธารณสุขในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ได้อย่างเป็นรูปธรรม